Superman : Peace on Earth

ในโอกาส “แซยิด” ครบรอบ 60 ปีของเหล่าตัวละครดังๆ ในสังกัดดีซีคอมมิคส์
ไล่เรียงเรื่อยมาตั้งแต่ ซูเปอร์แมน,แบทแมน,ชาแซม,วันเดอร์วูแมน
ตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมา ทางดีซีคอมมิคส์ เจ้าสังกัดของตัวละครเหล่านี้
จึงออกหนังสือพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองในงานนี้ โดยมอบหมายให้พอล ดีนี่ และอเล็กซ์ รอสส์รับงานนี้ไปทำ
ผมคิดว่าทุกคนที่เคยติดตามบทความของผมมาคงจะเคยได้ยินชื่อรอสส์มาแล้ว
เพราะผมเคยเขียนถึงงานของเขามาแล้ว แต่ พอล ดีนี่ ล่ะเป็นใคร
อันที่จริงหลายๆ คนคงเคยติดตามงานของเขามาโดยไม่รู้ตัว
พอล ดีนี่ เป็นนักเขียนบทและโปรดิวเซอร์ของการ์ตูนชุดทางโทรทัศน์มาหลายชุดแล้ว

งานชิ้นแรกของเขาก็คือการ์ตูนทีวีชุด Steven Spielberg ‘s Tiny Toon
ก่อนที่จะมาโด่งดังกันสุดๆกับงานอย่าง Batman Animated Series ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก
จนมีการต่อเนื่องมาเป็นการ์ตูนชุดต่อเนื่องกันอย่าง Superman Animated Series และ Batman Beyond
(ส่วนงานชุด Justice League ดีนี่ไม่มีส่วน แต่เป็นของทีมงานที่เคยร่วมงานกันมารับผิดชอบ)
ซึ่งก็ประสบความสำเร็จกันเป็นอย่างดี (ถึงตรงนี้ขอแทรกนิดว่าใน Superman Animated
มีอยู่ตอนหนึ่งที่มีการวาดตัวอเล็กซ์ รอสส์และพอล ดีนี่ใส่ไปในฉากหนึ่งด้วย
แต่ผมจะไม่บอกว่าตอนไหน ให้ลองเดากันเอาเอง)

ส่วนงานหนังสือการ์ตูนเขามีงานที่ได้รางวัลไอส์เนอร์(รางวัลสำคัญที่สุดรางวัลหนึ่งสำหรับวงการการ์ตูนอเมริกัน)
โดยเขาเขียนเรื่องร่วมกับบรู๊ซ ทิมม์ เพื่อนร่วมทีมสร้างสรรค์ Batman Animated Series
โดยผลงานนี้เป็นแบทแมนในสไตล์อนิเมท แต่เป็นหนังสือ เรื่องของฮาร์เล่ย์ ควินน์
ตัวตลกหญิงที่เป็นคู่หูและคู่รักของโจ๊กเกอร์ กับความสัมพันธ์ที่เธอมีกับโจ๊กเกอร์
ชื่อเรื่องว่า Batman : Mad Love

หนังสือประสบความสำเร็จจนต่อมามีการเอาไปสร้างเป็นตอนหนึ่งของ Batman Animated
(เล่มนี้ผมก็มี แต่ยังหาไม่เจอเลย ไม่รู้ว่าเอาไปวางไว้ตรงไหน ถ้าอยากอ่านบอกมานะ จะได้พยายามหามาเล่าให้ฟังกัน)
ทีนี้คุณก็พอจะรู้เป็นเลาๆบ้างแล้วว่า พอล ดีนี่เป็นใคร

ผลงานชุดพิเศษเล่มนี้เริ่มต้นด้วย ซุปเปอร์แมน The First Comic Book Superhero
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถูกคนถามผมกันมามากว่าซูเปอร์แมนเป็นคนแรกได้ไง
ในเมื่อมีทั้ง The Shadow ,Phantom หรือ Dick Tracy อยู่
คำตอบก็คือ ชาโดว์นั้นเป็นตัวละครจากนิยาย Pulpไม่ใช่ตัวการ์ตูน
ส่วน แฟนท่อมกับดิ๊ค เทรซี่ นั้นถิอกำเนิดเป็นการ์ตูนช่อง (Comic Strip) ไม่ใช่การ์ตูนเล่ม (Comic Book)
และที่สำคัญพวกเขาเหล่านั้นไม่ ”ซูเปอร์” เท่ากับซูเปอร์แมน
งานนี้ ดีนี่วางคอนเซ็ปท์ให้ซูเปอร์แมนตัดสินใจใช้พลังของเขารับมือกับปัญหาใหญ่ของโลก ความอดอยาก

Superman: Peace on Earth
เรื่อง: Paul Dini
ภาพ: Alex Ross
ตีพิมพ์: 1 พฤศจิกายน 1998

เรื่องเริ่มต้นเมื่อซูเปอร์แมนหวนคิดถึงคำพูดของพ่อของเขา (โจนาธาน เคนท์) เกี่ยวกับการหว่านเมล็ดพืชเพื่อเพาะปลูก
อ้อ ก่อนเข้าเรื่อง มีการเล่ากำเนิดของซูเปอร์แมนก่อนซะสองหน้าเป็นการปูพื้น
หลังจากนั้นเนื้อเรื่องจะตัดให้เห็นว่าขณะนั้นเป็นช่วงคริสต์มาสช่วงเวลาแห่งการรื่นเริงและการให้ของฝรั่งเขา
ซูเปอร์แมนทำสิ่งที่เขาทำเป็นประจำทุกปีคือนำต้นคริสต์มาสมาติดตั้งใจกลางเมืองเมโทรโปลิส
และก็เช่นเคยประชาชนก็ตื่นเต้นยินดีกับการปรากฏตัวของเขาและต้นคริสต์มาส

แต่ในระหว่างความรื่นเริงนี้เขาก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากกลุ่มคน
แน่นอนเขาก็ต้องลงมือช่วยเพื่อที่จะพบว่าเธอเป็นหญิงสาวที่กำลังอดอยาก
เขาจึงนำเธอไปส่งสถานสงเคราะห์ ที่ช่วยให้เขารู้ว่าเธอเป็นเด็กจากชนบทที่ดิ้นรนมาที่เมโทรโปลิส
เพื่อแสวงหาโอกาสที่ดีกว่าในชีวิต แต่เมื่อเธอไม่รู้จักใครเลยเธอจึงพบกับความหิวโหยแทน

เรื่องนี้ทำให้ซูเปอร์แมนเกิดความสนใจในปัญหาเรื่องความอดอยากในโลกขึ้นมา
เขาคิดว่าเขาจะใช้พลังที่เขามีเพื่อชาวโลกอย่างที่พ่อแม่สอน

เขาเริ่มลงมือค้นคว้าเรื่องปัญหานี้เพื่อหาข้อมูลก่อนที่จะเริ่มลงมือทำการแก้ไขปัญหานี้
เขาขอความร่วมมือจากรัฐสภาสหรัฐ เพื่อขอผลิตภัณฑ์ส่วนเกินที่มีเหลืออยู่เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่โลก

แน่นอนรัฐสภาก็ตกลงให้ความร่วมมือ ซูเปอร์แมนมุ่งหวังว่าการกระทำของเขาจะส่งผลให้ชาวโลกสนใจปัญหาที่เกิดขึ้น
แล้วเขาก็เริ่มต้นออกรวบรวมสิ่งที่เขาต้องการ ซึ่งก็มีคนอาสามาช่วยเขามากมาย

เมื่อการรวบรวมเรียบร้อย แผนขั้นที่สองก็เริ่มขึ้น
ซูเปอร์แมนขนอาหารที่รวบรวมได้ไปแจกจ่ายงานแรกก็เป็นเรื่องง่ายและเรียบร้อยดี

เขาไม่ลืมแนะนำให้เอาไปแบ่งปันกันด้วย แต่งานนี้ไม่ได้ง่ายๆอย่างที่เขาคิดไว้
เขาเริ่มพบกับปัญหาเมื่อเดินทางไปแอฟริกา ที่นั่นประชาชนที่ต้องเผชิญกับความอดอยากมานาน
ต่างก็แตกตื่นและมุ่งหน้ามาเพื่อรับของแจกอย่างมากมาย เรื่องยิ่งวุ่นวายเมื่อเกิดไฟป่า
คราวนี้ซุปเปอร์แมนไม่แค่ต้องเผชิญกับคน แต่ต้องเผชิญกับสัตว์ป่าที่แตกตื่น

เขาหยุดสัตว์ป่าที่แตกตื่นและดับไฟป่าเพื่อให้พวกสัตว์ได้กลับไป แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเดียวที่เขาต้องเผชิญ
เขาต้องพบกับประเทศที่มีผู้นำเผด็จการ ที่บังคับให้เขาทิ้งอาหารที่ซูเปอร์แมนนำไปแจกไว้กับเขา
แล้วเขาจะเอาไปแจกให้กับคนของเขาเอง ซึ่งซูเปอร์แมนก็รู้แก่ใจว่าของที่เขาทิ้งไว้
จะต้องถูกผู้เผด็จการเก็บไว้ใช้หาประโยชน์ใส่ตัวแน่ๆ

และเมื่อซูเปอร์แมนพยายามมอบอาหารตรงให้ประชาชน จอมเผด็จการก็สั่งทหารให้ยิงคนที่กล้าเข้ามารับของแจก
แม้ซูเปอร์แมนจะขัดขวางไว้ได้แต่เขาก็รู้ดีว่าเขาคงทำได้แค่คราวนี้ คงอยู่ขัดขวางตลอดไปไม่ได้
ในที่สุดซูเปอร์แมนก็ต้องจากไปโดยที่ยอมรับว่าเขาคงทำอะไรที่ดีกว่านี้ไม่ได้

ภาระกิจของซูเปอร์แมนยิ่งพบอุปสรรคมากขึ้นในบางประเทศผู้คนไม่ยอมรับการกระทำของซูเปอร์แมน
และข้าวของที่เขานำมาแจกและเอาแต่หลบซ่อนตัว จนซูเปอร์แมนต้องปล่อยทิ้งไว้บนท้องถนน
ให้เป็นอาหารของนกหนูแถวนั้นแทน หรือไม่เขาก็ต้องพบกับความแตกตื่นแย่งชิงจนเขาเองก็ยังต้องหนี


หรือถูกประชาชนต่อต้านและขับไล่ แต่จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่ทำให้ซูเปอร์แมนรู้ว่าทุกสิ่งที่เขาคิด
ความปรารถนาดีที่เขามีเพียงอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ
เมื่อเขาเดินทางไปยังประเทศหนึ่งที่ประกาศไม่ยอมรับการกระทำของเขา
และถ้าเขาเข้าน่านฟ้ามาจะถือว่าเป็นการบุกรุก และเมื่อซูเปอร์แมนเข้ามาก็ถูกยิงมิสไซล์เข้าใส่


แน่นอนจรวดทำอะไรซูเปอร์แมนไม่ได้ แต่ในหัวรบนั่นบรรจุก๊าซพิษที่ทำลายสิ่งที่ซูเปอร์แมนขนมาให้เสียหายจนหมด

หลังเหตุการณ์นั้นซูเปอร์แมนก็ต้องหวนกลับมาพิจารณาผลของการกระทำของเขา
เขางุนงงกับสิ่งที่เขาได้พบปฏิกิริยาของผู้คน ในที่สุดเขาก็นึกได้ว่าเขามีข่าวสารที่ต้องประกาศต่อโลก
และเขาก็ลงมือประกาศในรูปแบบของคำให้สัมภาษณ์ที่ซูเปอร์แมนให้กับคลาร์ก เคนท์ ในการให้ ”สัมภาษณ์” กับคลาร์ก เคนท์
ซูเปอร์แมนยอมรับว่าเขาพบว่าการต่อสู้กับความอดอยาก, ยากจน นั้น เขาไม่เพียงแค่ต้องเผชิญกับเรื่องนี้ในทางกายภาพ
แต่ยังต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ในจิตใจมนุษย์ด้วย และงานนี้เป็นเรื่องที่ยากเกินกว่าคนๆ เดียว ต่อให้เป็นซูเปอร์แมนจะทำได้

เขาขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือ แบ่งปันสิ่งที่มี, ความรู้และเวลาให้กับผู้ที่ต้องการ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กรุ่นใหม่ที่จะสืบทอดโลกต่อไปในอนาคต และยอมรับว่าการเอาของไปให้ไม่ใช่การแก้ปัญหาอย่างถาวร
แต่การให้ความรู้ให้พึ่งพาตนเองได้จึงจะเป็นการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง

ในหน้าสุดท้าย คลาร์กไปสอนเด็กๆ ให้รู้จักวิธีการหว่านเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อเพาะปลูก
โดยโปรยปรายไปทีละน้อย และเปิดช่องให้แต่ละเมล็ดได้มีที่ทางของมัน และถึงแม้จะรู้ว่าไม่ใช่ทุกเมล็ดจะเติบโตงอกงามได้
แต่ทุกเมล็ดก็สมควรจะได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน

จากเนื้อหาผมเชื่อว่าซูเปอร์แมนในเล่มนี้น่าจะเป็นซูเปอร์แมนในยุคเก่า และผมขอตั้งข้อสังเกตว่ารอสส์ไม่ได้วาดลอยส์เลย
ทั้งใน Kingdom Come และในเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าเพราะเขายังหานางแบบมาเป็นลอยส์ไม่ได้หรือเปล่า
ผมจำไม่ได้ว่ารอสส์เคยวาดลอยส์หรือเปล่า แต่เท่าที่นึกออกไม่เคยมีเลยนะ

โดยตัวงานหนังสือชุดนี้รอสส์ไม่ได้วาดออกมาในรูปลักษณ์ของการ์ตูนเท่าไหร่ แต่เป็นสมุดภาพมากกว่า
ในขนาดพิเศษรูปเล่มใหญ่กว่าปรกติ ซึ่งหลังจากการตีพิมพ์แล้ว รอสส์ก็เอางานวาดเพื่อมาจัดทำหนังสือเล่มนี้
ไปประมูลเพื่อหาเงินช่วยการกุศลอีกด้วย เป็นงานที่งดงามและน่าสะสมไว้พอหาได้ในเมืองไทยนะครับ
ถึงเรื่องราวจะไม่ค่อยแอ็คชั่นแต่เนื้อหาก็พูดถึงปัญหาของโลกอย่างจริงจัง

โดย :

1 thought on “Superman : Peace on Earth

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *