Earth-2 : Future End #1

Earth-2 : Future End #1

เรื่องโดย : Daniel H. Wilson | ภาพโดย : Eddy Barrows

วางจำหน่าย : 3 กันยายน 2014

สำนักพิมพ์ : DC Comics

5 ปีต่อมาในจักรวาล New 52, Mister Terrific และ Sonia ได้รอดมากจาก Earth-2 แต่พวกเขาจะต้องเจอกับอะไรใน Earth-Prime?

และ Terry Sloan จอมเจ่าเล่ห์กำลังวางแผนร้ายอะไรอยู่กันแน่?


5 ปีต่อมา, ที่ห้องแล็บของ Mr.Terrific

เขาได้แสดงคลัง U-Sphere หนึ่งในอุปกรณ์ที่เขาคิดค้นขึ้นให้ Sonia แฟนสาวของเขาดู มันจะกลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงแบบครบวงจร และยังทำหน้าที่เฝ้าระวังภัยให้แก่ผู้ใช้ได้อีกด้วย มันจะติดตามผู้ใช้งานไปได้ทุกที่ และมันกำลังจะถูกจัดจำหน่ายในเร็วๆนี้ แต่ Sonia ก็ไม่แน่ใจว่าผู้คนจะพร้อมสำหรับสิ่งนี้แล้วจริงๆ แต่ Michael ก็บอกว่าเทคโนโลยีจะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงผู้คน และมันจะทำให้พวกเขากลายเป็นคนที่ดีกว่าเดิม

แต่ Sonia ก็ยังคิดว่ามันอาจจะทำมีโอกาสทำให้แย่ลงก็เป็นได้ ก่อนที่จะเปิด ระบบรักษาความปลอดภัยของ Boom Sphere ออกมา มันคือ อาวุธทรงกลมที่บรรจุพลังงานของ Boom Tube ไว้ มันเป็นอาวุธจากต่างโลกที่ทรงพลังเกินคาดคิด จนแม้กระทั่ง Michael ก็ยังไม่สามารถที่จะควบคุมมันได้ ซึ่ง Sonia ก็บอกว่ามันเป็นอาวุธที่สามารถสังหารได้แม้กระทั่งพระเจ้า

Earth-2 : Future End

Power to the People – พลังในกำมือของผู้คน

จากนั้น Michael ก็รีบพา Sonia ไปยังงานทดลองอุปกรณ์ของรัฐบาล ในตอนแรกพวกเขาคิดที่จะนั่ง Taxi ไป แต่คนขับได้บอกให้เขาแสดงบัตรของขาวโลกออกมา ซึ่งตัว Sonia ที่มาจาก Earth-2 นั้นไม่มี คนขับจึงไม่รับพวกเขา พร้อมด่า Sonia ว่าเป็นพวกตัวปลอม ทำให้ Michael ต้องนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปแทน

Sonia : มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ที่พวกเราทิ้งโลกของฉันมา ตั้งแต่ที่พวกเราเลือกที่จะหลบหนีมาบนยานอพยพ

Michael : คุณไม่ใช่ตัวตนแปลกปลอมหรอก โซเนีย เชื่อผมสิ เจ้าพวกคนที่เกลียดคนต่างโลกพวกนั้นจะต้อง…

Sonia : นายมาจากที่นี่ไม่ใช่หรือไง มิคาเอล นายไม่เข้าใจความรู้สึกนี้หรอก แต่กลับกัน ฉันคือทหารหญิงที่มียศระดับสูงสุดของกองกำลังโลก มันจึงทำให้ฉันชินชาต่อการโดนดูถูก และมันทำให้ฉันมักจะเป็นผู้ชนะ

Michael : อะไรที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จได้แบบนั้น?

Sonia : การทำหน้าที่อยากหนักไงล่ะ

*คำว่า Dupes นั้นถูกใช้เรียกคนจาก Earth-2 ที่เป็นเหมือนคนที่เหมือนกับอีกตัวตนนึงในจักรวาลหลักทุกอย่าง ซึ่งในช่วงการแปลผมจะขอใช้เป็น “ตัวปลอม” แทนนะครับ เนื่องจากคำนี้มาจากคำว่า Duplicate ที่แปลว่า ซ้ำซ้อน ผมจึงขอเปลี่ยนคำนิดหน่อยให้อ่านแล้วดูเหมาะสมกว่า

ในงานทดสอบการของกองทำ Michael ได้ทำการแสดงพลังของ T-Sphere อาวุธสนับสนุนกองกำลังทหาร ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกองทัพได้เป็นอย่างดี แต่แล้วเขาก็โดนนักวิทยาศาสตร์อีกคนที่เขารู้จักดีพูดออกมาว่ามันไร้ประโยชน์ และเขาคนนั้นก็คือ Terry Sloan

Sloan : มันไร้ประโยชน์ จนกว่านายจะรู้ได้ว่าศัตรูที่แท้จริงของพวกนายเป็นใคร

Michael : เทอร์รี่ สโลน

Sloan : หนึ่งเดียวคนนี้

จากนั้น Sloan ก็แนะนำอุปกรณ์ของเขา มันคือแว่นตาที่สามารถตรวจแยกตัวตนของผู้มาจากโลกใบอื่นได้ ซึ่งมันจะช่วยให้พวกเขาสามารถตรวจพบคนที่อาจจะแทรกซึมมาจาก Apokolips และวางแผนในการจัดการพวกมันได้ ก่อนที่จะปรามาศว่ามันไม่ใช่ของเล่นเหมือนกับที่ใครบางคนทำแถวนี้ มันเป็นสิ่งที่จำเป็นในตอนนี้ Michael จึงได้ถามย้ำอีก 1 คำถามที่เขาสงสัยมาตลอด

Michael : ถ้างั้น มันเกิดอะไรขึ้นกับเหล่าฮีโร่จาก เอิร์ธ-ทู?

Sloan : มันไม่มีฮีโร่จาก เอิร์ธ-ทู อีกแล้ว คุณ โฮลท์ มันมีเพียงแค่ผู้ชนะและผู้แพ้เท่านั้น

Cadmus Island

Red Tornedo ได้ถูกพามายังที่นี่ เธอถูกชำแหละแยกส่วนเป็นชิ้นๆ

Red Tornedo : ดวงตาของฉัน พวกเขาเอามันไป….

Red Tornedo : อ๊ากกกกกกกกกกกกก

หลังจากนั้น Michael ได้กลับไปยังแล็บของเขา ที่ด่านตรวจเขาได้แสดงบัตรชาวโลกของเขา แต่แว่นของ Sloan กลับแสดงให้เห็นว่า Michael นั้นเป็นคนจาก Earth-2 จนเจ้าหน้าที่ทำการจับกุมตัวเขาในทันที Michael ไม่มีทางเลือก นอกจากฝ่าด่านเข้าไป พร้อมสั่งให้ Sonia ล็อกแล็บให้ดี ส่วนตัวเขาจะไปค้นหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้

ที่ด้านบนตึกของสถานวิจัย

Sloan : พวกเรากำลังจะกลายเป็นคู่หูที่แข็งแกร่งที่สุด

??? : ใช่แล้ว แข็งแกร่งมากพอที่จะฆ่าเทพเจ้าได้

Sloan : มาจับมือกันหน่อย พ่อตัวปลอม

Sloan 2 : ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน คุณสโลน

จากนั้น Sloan 2 : ก็มอบบางสิ่งให้ Sloan

Sloan 2 : ตราบใดที่นายปกป้องเจ้าสิ่งนี้ไว้ ตัวตนของโฮลท์ จะถูกจัดแจกไว้ผิดพลาดสำหรับต้นแบบแว่นตาทุกอันที่พวกเราสร้างออกมา

Sloan : จริงใจดี แต่ฉันก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากสำหรับหนึ่งในคนที่ฉลาดที่สุดในโลกอยู่แล้ว

Sloan 2 : เอาล่ะ ไปของที่ควรจะเป็นของเรามากันเถอะ

หลังจากนั้น Sloan ทั้ง 2 ได้นำกองกำลังเจ้าหน้าที่ส่วนนึงบุกเข้าไปในแล็บและล้อม Sonia กับนักวิจัยไว้

Sloan : พวกเราได้เปลี่ยนแปลงเป้าหมายใหม่แล้ว ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี มันจะไม่มีใครได้กลับบ้าน จนกว่ามันจะสำเร็จ…

Sloan : พวกคุณจะต้องทำให้อาวุธเสถียรจนใช้งานได้… หรือไม่งั้นพวกคุณก็ต้องตาย

Michael ที่อยู่ด้านนอกได้พยายามหาหนทางอยู่ว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น แต่ข้อมูลตัวตนของถูกดัดแปลง, บัญชีและโทรศัพท์ถูกระงับ จนเขาไม่รู้จะไปไหนต่อดี ทาง Sonia นั้นรู้ดีว่า Michael เป็นคนที่ฉลาดแค่ไหน และหวังว่าเขาจะไม่กลับมาที่แล็บจนกว่าจะมีแผนจริงๆ

เมื่อไร้ซึ่งหนทางแถมยังถูกตามล่า Michael จึงไม่เหลือทางอื่นนอกจากมายังสถานที่ที่คนอื่นๆคิดว่าเขาไม่น่าจะมา นั่นคือ โบสถ์… และที่นั่นเขาได้พบกับหลวงพ่อที่คิดจะเข้ามาถามไถ่ปัญหาของเขา

Priest : เป็นอะไรหรือเปล่าลูก? มีอะไรที่พ่อพอจะช่วยได้บ้างมั้ย?

Michael : ไม่ได้หรอกครับ ผมไม่ได้คิดที่จะมาไถ่บาปอะไรเลย ผมแค่มานั่งหลบฝนเท่านั้น

Priest : ไม่เป็นไรหรอก แต่จำคำของพ่อไว้นะ ว่าลูกสามารถขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าได้เสมอ

คำพูดนี้ได้จุดประกายให้แก่ Michael

Michael : คุณพูดได้ถูกต้องเลยครับ คุณพ่อ และตอนนี้ผมก็รู้แล้วว่าพระเจ้าองค์ไหนที่ผมควรจะไปขอความช่วยเหลือ

สถานสงเคราะห์ของเหล่าเด็กพิเศษ

ที่นั่น Michael ได้เดินทางมาพบกับ Jimmy Olsen จาก Earth-2 ซึ่งจากการตกของยานในช่วงสงคราม มันทำให้ Jimmy กลายเป็นเด็กเอ๋อที่ไม่พูดจาไป และวันนี้ Michael ได้เลือกที่จะมาหาเด็กคนนี้ และเขาก็ได้เอ่ยปากออกมาอีกครั้ง

Jimmy : คุณมิคาเอล ลุกขึ้นเถอะครับ ผมมีข้อความที่ฝากส่งถึงคุณ

จากนั้นลูกบาศก์ในมือของ Jimmy ก็เปล่งแสง

ลูกบาศก์นั้นได้กลายเป็นบางสิ่งที่แสดงภาพบางอย่างให้ Michael เห็น

– Red Tornedo กับใครบางคนที่เรียกเธอว่าแม่

– รอยยิ้มของ Terry Sloan และใบหน้าของ Sonia

– กลุ่ม U-Sphere

“เทคโนโลยีคือพลัง”

“พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงพวกเรา”

“พลังสังหารพระเจ้าคือสิ่งที่มากเกินกว่าพวกเจ้าจะถือครองได้”

“ศัตรูของพวกเจ้านั้นแข็งแกร่งเกินไป”

“พวกมันมาจากโลกที่ห่างไกลออกไปมาก”

“จงภาคภูมิใจในตัวเอง”

“ปลดปล่อยขุมทรัพย์ของเจ้าออกมา”

“แล้วข้าจะแสดงให้เจ้าเห็น ความลับของจุดกำเนิด”

“เจ้าจะต้องฝังดาบลงไปบนหิน”

จากนั้น Michael ก็กลับไปยังห้องแล็บของเขา ซึ่งเขาได้สร้างประตูลับพิเศษไว้ ตามประสาโปรแกรมเมอร์ ทำให้เขาสามารถเข้ามาได้

Michael : เอาล่ะ ฉันอยู่ที่นี่แล้วไง สโลน

Michael : มาทำข้อตกลงกัน ท่านสุภาพบุรุษ! เอาชีวิตของฉันคืนมา แล้วฉันจะให้ในสิ่งที่พวกนายต้องการ

Sloan : ดูเหมือนเขาจะไม่ได้พาใครมาด้วยนะ

Sloan 2 : งั้นเขาก็จะได้ตามข้อตกลง

Michael : ถามจริง นี่คือ ชาย 2 คนที่ฉลาดที่สุดบนโลกจริงๆเหรอเนี่ย?

Sonia : แล้วเขาก็ยังต้องให้นายมาแก้ปัญหาของพวกเขาอีกด้วย

Sloan 2 : มันใช่ว่าพวกเราทุกคนจะสามารถเข้าถึงจุดกำเนิดได้เหมือนอย่าง โฮลท์ ทุกคน

Sloan : ใช่แล้ว นายเป็นคนที่โชคดีมาก คุณโฮลท์

Michael : และยิ่งฉันทำงานหนักเท่าไร ฉันก็ยิ่งมีโชคมากเท่านั้น

Michael สามารถปรับแต่งได้สำเร็จ Boom Sphere ถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว

Sloan 2 : ในที่สุด

Sloan : อาวุธสังหารพระเจ้าก็เป็นอิสระแล้ว

Michael : สเฟียร์นี้อยู่ภายใต้การควบคุมของพวกนายแล้ว ต่อไปมันขึ้นกับพวกนายว่าจะใช้งานมันยังไง เล่นกันแบบแฟร์ๆล่ะ

แล้ว Michael ก็รีบดึงตัว Sonia ออกไปทันที เพราะเขาสู้ศึกร่วมกับ Sloan มานาน เขาย่อมรู้ว่าต่อจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้น

Sloan : นายรู้หรือเปล่าว่า คนธรรมดา กับ พระเจ้า นั้นต่างกันยังไง?

Sloan -2 : อะไรนะ?

Sloan : จากการเดินทางข้ามผ่านมิติเวลาอันกว้างใหญ่ไพศาล ฉันได้พบกับตัวตนอันนับไม่ถ้วนของฉันเอง แต่ในขณะที่มีตัวตนของฉันอยู่หลากหลาย พระเจ้ากลับมีเพียงหนึ่งเดียว

Sloan -2 : พวกเราตกลงกันแล้ว และพวกเราก็ไม่ใช่พระเจ้าด้วย เจ้าตัวแปลกปลอม

Sloan : ยังไม่ใช่ต่างหาก แต่มันก็ต้องทำไปทีละก้าว จริงมั้ย?

*New God และ Apokolips นั้นเป็นพระเจ้าที่มีตัวตนอยู่หนึ่งเดียวจากจักรวาล Multiverse

จากนั้น Sloan ทั้ง 2 ก็เข้าห้ำหั้นกันเพื่อกลายเป็นเพียงตัวตนที่มีอยู่เพียงหนึ่งเดียว

Sloan – 2 : แกก็เป็นได้แค่ชายที่ฉลาดที่สุดในจักรวาลนี้…

Sloan : …แกไม่รู้หรอกฉันเคยผ่านอะไรมาได้

ชัยชนะเป็นของ Sloan จาก Earth-2

จากการต่อสู้กันของทั้งคู่ ทำให้ห้องแล็บเกิดการระเบิด และ Sonia ก็ได้เข้ามาปกป้อง Michael ไว้จนตัวเองได้รับบาดเจ็บ แต่ทาง Sloan ก็พบว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ เขาสูญเสียการควบคุม Boom Sphere ไป และพวกมันได้ค่อยๆร่วงลงสู่พื้น

Sloan : มันเกิดอะไรขึ้น?!

Michael : ฉันทำให้พวกมันร่วงลงมาเอง ใจกลางสนามแม่แหล็กของโลกจะทำให้ บูม-สเฟียร์ มีสเถียรภาพ และนั่นหมายความว่า อาวุธชิ้นนี้จะไม่ใช่ของใครคนหนึ่งอีกต่อไป

Micahel : ฉันได้ปักดาบลงบนหินแล้ว และนายก็ไม่ใช่คนที่ถูกเลือกคนนั้น สโลน ฉันเองก็ด้วย

*การปักดาบลงบนหิน น่าจะเป็นการสื่อถึง ตำนานขึ้นชื่ออย่าง ดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ ที่ถูกปักไว้บนหินรอคอยการมาของผู้ที่คู่ควรแก่มัน และมีเพียงคนที่คู่ควรเท่านั้นที่จะสามารถดึงมันออกมาได้

Sloan : อ๊ากกกกกกกกก!

Sloan : แกจะต้องเสียใจที่ทำแบบนั้น โฮลท์

Sloan ได้สวมหน้ากากอีกครั้ง และเข้าเล่นงาน Michael ที่บาดเจ็บอยู่ ชาวบ้านที่อยู่รอบด้านได้ช่วย Sonia ไว้ และอยากให้ใครสักคนลงมือ แต่พวกเขาไม่พลังที่จะต่อกรกับ Sloan ได้ เว้นแต่ U-Sphere ที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น Sonia ที่ฟื้นสติได้บอกให้พวกเขาหยิบมันขึ้นมา

“ยู-สเฟียร์ นั้นเชื่องช้าและไม่สามารถทำอันตรายใครได้… เว้นแต่ว่าฉันจะทำการปลดล็อคระบบของมัน”

และ Michael ก็ลงมือทันที

ทำให้ Sonia กับคนอื่นๆสามารถใช้ U-Sphere เล่นงาน Sloan ได้จริงๆ

Sonia : จำนวนแกน้อยกว่าแล้วนะ สโลน

Sloan : พวกแกคิดว่าพวกแกเป็นฮีโร่งั้นเหรอ? มันมีฮีโร่อีกต่อไปแล้ว! กลับบ้านไปซะ แล้วฉันจะปล่อยพวกแกไป

แต่ผลที่ได้ก็คือ ฝูง U-Sphere ที่พุ่งเข้ามาเล่นงานเขาเองจนกระเด็น Sloan โดนเล่นงานจนหมดทางสู้ แว่นตาตรวจสอบของเขาได้ตกลงมาในขณะที่เขาทำการหลบหนีไป

Michael ได้หยิบมันขึ้นมาส่องดู และพบว่า Sloan นั้นไม่ถูกระบุอยู่การคัดแยกของ Earth-Prime และ Earth-2 เขาไม่ใช่คนของ Earth-2

Sonia : นายเห็นอะไร มิคาเอล?

Michael : เทอร์รี่ สโลน ไม่ใช่คนของ เอิร์ธ-ทู

Michael : ครั้งหนึ่งเขาเคยบอกกับฉันว่าเขาจะต้องช่วยโลกไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม แต่ตอนนี้ฉันเริ่มจะไม่แน่ใจแล้ว… ว่าที่เขาพูดนั้น มันหมายถึงโลกใบไหนกันแน่?

Sonia : นายเคยบอกว่า เทคโนโลยี จะเปลี่ยนแปลงพวกเรา

Sonia : แต่มันจะทำให้พวกเรากลายเป็นอะไรล่ะ?

Michael : ผมก็หวังว่าจะกลายเป็นฮีโร่ล่ะนะ

เล่มต่อไป

Earth-2 เข้าสู่สงครามในเดือนตุลาคมนี้

Earth-2 #27 และ Earth-2 : World’s End #1

1 thought on “Earth-2 : Future End #1

  1. Tatoo

    อือ หือ เเทบจะลืมไปเเล้วนะเนี่ย ไอ Sloan เนี่ย
    ขอบคุณครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *