Superman #34 : Men of Tomorrow : Part 3

DC Comic : Superman # 34 : Men of Tomorrow : Part 3 : The Machinist

เรื่อง : Geoff Johns
ภาพ : John Romita Jr.
วางจำหน่าย : 27 สิงหาคม 2014
สำนักพิมพ์ : DC Comics

Superman จะทำอย่างไรเมื่อต้องเจอกับศัตรูใหม่ที่ทั้งเจ้าเล่ห์ และชั่วร้ายสุดๆ!!


??? : ดาวของเขาถูกทำลายตั้งแต่เมื่อตอนที่เขายังเป็นเด็กทารก

??? : พ่อแม่ที่เลี้ยงดูเขามาก็ตายไปในอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อตอนที่เขาเรียนมัธยมปลาย

??? : เขาได้พบเห็นและเผชิญหน้ากับโศกนาฤกรรม รวมทั้งเหล่าผู้คนที่เลวร้ายที่สุดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

??? : แต่กระนั้นซุปเปอร์แมนก็ไม่เคยละทิ้งความหวัง หรืออย่างน้อยคล๊ากก็ยังไม่ละทิ้งมัน ใช่ไหมล่ะ? แต่เขาจะยังคิดเช่นนั้นต่อไปได้หรือเปล่า?

แล้วชายลึกลับก็หันไปทางประตูบานใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังของเขา

??? : ถ้าข้าปล่อยเจ้าออกมา ข้าเชื่อแน่ว่าเจ้าจะต้องให้ความเห็นของเจ้ากับข้าได้

ขณะเดียวกันนั้นที่บ้านของ Peter และ Bridget Quinn
Superman (Clark Kent) ได้พา Ulysses (Neil Quinn) ลูกชายของพวกเขาที่พลัดพรากไปตั้งแต่ยังเป็นทารกกลับมาหาพวกเขาอีกครั้ง!

Peter : แม่ของลูกกับพ่อคิดว่าเรากำลังจะตาย เราคิดว่าทางเดียวที่จะช่วยชีวิตลูกไว้ได้คือการส่งลูกไปยังมิติที่สี่

Peter : แต่ไม่กี่นาทีหลังจากส่งลูกไป เราก็ค้นพบ…ราวปาฏิหารย์ถึงวิธีที่จะปิดการรั่วไหลและกักขังสสารประหลาดจากมิติที่สองเอาไว้

Peter : เราสูญเสียสิ่งที่เราค้นคว้ามาไปทั้งหมด รวมถึงการจะไปค้นหาลูกด้วย

Bridget : เราได้ทำความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง

ขณะที่ฟังสองสามีภรรยา Ulysses ก็มองดูภาพบนผนังบ้าน

Ulysses : รูปภาพเหล่านี้…คือภาพของผมหรือครับ?

Bridget : เราไม่เคยลืมลูก เราไม่เคยหยุดตามหาลูกเลยนะ

Bridget : นีล?

Bridget : ลูกจะยกโทษให้พวกเราได้ไหม?

Ulysses : ยกโทษให้แม่งั้นหรือครับ?

Ulysses : เพียงแค่ได้รู้ว่าแม่ยังมีชีวิตอยู่ผมก็ดีใจที่สุดแล้วครับ

แล้ว Ulysses ก็บอกเล่าเรื่องราวของเขาบ้าง

Ulysses : สิ่งแรกที่ผมจำได้คือแสงสีฟ้า

Ulysses : ผมมารู้ในภายหลังว่ามันคือพลังงานของกำแพงกั้นมิติที่แสดงถึงการเข้าไปในมิติที่สี่ของผม

Ulysses : พ่อกับแม่…ขอโทษทีครับ พ่อแม่บุญธรรมของผมพบผมเข้า และเลี้ยงดูผม

Ulysses : พวกเขาดูแลผมเหมือนกับเป็นลูกของพวกเขาเอง และเมื่อผมเริ่ม…การเปลี่ยนแปลง…พวกเขาก็ช่วยให้ผมเข้าใจว่ามันคืออะไร

Ulysses : พ่อบุญธรรมของผมเชื่อว่าพลังงานที่ผมเดินทางผ่านมันมานั้นได้เปลี่ยนแปลงตัวผมไป

Ulysses : เซลของผมได้ถูกรวมเข้ากับพลังงานที่เป็นรากฐานของมิติที่สี่ ทำให้ผมมีความสามารถในการบิน, เสริมพลังกายให้ผม และความสามารถในการกักเก็บและปลดปล่อยพลังงานทุกรูปแบบ

Peter : พวกพ่อแม่บุญธรรมของลูกน่ะ นีล…

Peter : …พวกเขาเป็นใครกันหรือ?

Ulysses : พวกพ่อแม่บุญธรรมของผม พวกเขาได้จากโลกแห่งวัตถุไปได้ระยะหนึ่งแล้วล่ะครับ

Bridget : แม่เสียใจด้วยนะ

Ulysses : พวกท่านมีชีวิตที่ยืนยาวแล้วครับ หลายศตวรรตทีเดียว

Ulysses : ก่อนที่พวกท่านจะจากไป พ่อบุญธรรมของผมเป็นหมอ ส่วนแม่บุญธรรมของผมเป็นสมาชิกของสภาปกครองของพิภพอันยิ่งใหญ่

Superman : พิภพอันยิ่งใหญ่งั้นรึ?

Ulysses : เป็นชื่อดาวที่ผมเติบโตมาน่ะซุปเปอร์แมน

Ulysses : พิภพอันยิ่งใหญ่ก็คือสิ่งที่พ่อและคนอื่นๆในศูนย์วิจัยตามหา เป็นโลกที่สงบสุข ไม่มีสงคราม ไม่มีความเกลียดชัง และส่วนใหญ่จะไม่มีอันตราย

Peter : “ส่วนใหญ่” งั้นรึ?

Ulysses : ทุกๆช่วงเวลาพันปีโดยประมาณ สิ่งมีชีวิตจากหนึ่งในห้ามิติจะผ่านเข้ามายังพิภพอันยิ่งใหญ่ คเลริคก็คือหนึ่งในอาชญากรพวกนั้น

Ulysses : ผมปกป้องพิภพอันยิ่งใหญ่จากการโจมตีของมันมาหลายครั้ง ในครั้งสุดท้ายนั้นน้องชายของคเลริคได้ตายลง มันจึงตั้งมั่นจะหาบ้านเกิดของผมและทำลยเสีย

Ulysses : ก็อย่างที่ผมบอกซุปเปอร์แมนนั่นแหละครับ ผมคิดว่าโลกได้พินาศไปแล้ว และทั้งพ่อและแม่ก็ตายไปแล้ว

Bridget : แล้วลูกจะต้องกลับไปที่นั่นอีกไหม?

Ulysses : ในเมื่อคเลริคถูกคุมขังอยู่ที่นี่ ผู้คนที่นั่นก็ไม่จำเป็นต้องมีผมอีกต่อไปแล้ว ผมกลับมาถึงบ้านแล้วครับแม่…

Ulysses : …และผมก็จะอยู่ที่บ้านแห่งนี้

เมื่อลูกชายของพวกเขาตัดสินใจจะอยู่ที่โลกต่อไป
ครอบครัว Quinn ก็ต้องทำการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเพื่อเตรียมต้อนรับเขา

Bridget : ฉันทำห้องนี้ไว้สำหรับนีลตั้งแต่หลายปีก่อน

Bridget : ปีเตอร์ไม่ชอบมันนัก แต่ฉันยังคงตั้งความหวังว่าวันหนึ่งเราจะตามหาเขาพบ

Bridget : ฉันว่าเขาคงจะโตเกินไปสำหรับของเล่นพวกนี้แล้วละนะ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะอธิบายให้คนอื่นฟังได้ยังไง

Superman : ผมมีเพื่อนที่สามารถช่วยเรื่องข้อมูลและเอกสารเพื่อใช้อธิบายที่มาของนีลโดยไม่เป็นการเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดของเขาได้ครับคุณนายควินน์
(คาดว่าพูดถึง Cyborg)

Superman : ผมคิดว่าสำหรับตอนนี้คุณกับสามีของคุณควรจะเก็บเรื่องต่างมิติของนีลไว้เป็นความลับจะดีกว่า ไม่งั้นคุณจะมีนักข่าวมาเป็นกองทัพอยู่ที่หน้าบ้านคุณ แล้วยังอาจมีพวกจากกองทัพด้วย

Bridget : ปีเตอร์กับฉัน…เราใช้เวลานานนับปีในการพยายามตามหานีล นานนับปีที่เราพยายามจะไม่เกลียดตัวเองสำหรับสิ่งที่เราทำลงไป

Superman : ความเกลียดชังไม่เคยช่วยอะไรใครได้หรอกครับคุณนายควินน์

Bridget : คุณพูดเหมือนกับว่าการทิ้งความเกลียดชังเป็นเรื่องง่ายเหมือนเปลี่ยนผ้าปูที่นอนอย่างนั้นล่ะ

Superman : ก็คงอย่างนั้นละครับ

Bridget : ฉันเชื่อคุณนะซุปเปอร์แมน ฉันคิดว่าคนส่วนใหญ่ก็ไว้ใจคุณเหมือนกัน

Bridget : ฉันหวังว่านีลจะเลือกอยู่ที่บ้านหลังนี้เมื่อเราจัดห้องนี้ใหม่แล้ว แต่เขาก็จะต้องการคนที่จะช่วยเขาปรับตัว คุณคงเข้าใจความรู้สึกของการแตกต่างจากคนอื่นใช่ไหม?

Superman : ผมยินดีช่วยครอบครัวของคุณในทุกวิถีทางที่ผมทำได้ครับ

Bridget : สำหรับฉันแล้วคุณก็เป็นครอบครัวขอเราด้วยเหมือนกันนะ

Superman : ขอบคุณครับคุณนายควินน์

ที่ชานนอกบ้าน พ่อกับลูกก็กำลังคุยกันอยู่

Ulysses : ที่พิภพอันยิ่งใหญ่ไม่มีดาวบนฟ้ายามค่ำคืนมากเท่านี้ มันแทบไม่มีดาวเลยด้วยซ้ำ มันเป็นระบบดาวที่โดดเดี่ยวมากเลย แต่ที่นี่ช่างสวยงามเหลือเกิน

Peter : นีล…

Peter : …พ่ออาจจะฉลาด แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะยึดมั่นในความหวังมากนัก

Peter : แม่ของลูกกับพ่อฝันถึงการที่ได้ลูกกลับมาอยู่ในชีวิตเรามานานมาก…แต่ความจริงแล้วเราถอดใจไปแล้ว ที่จริงก็คือตัวพ่อเองคนเดียวล่ะนะ และพ่อก็พยายามจะทำให้แม่ทำแบบนั้นด้วย พ่อต้องขอโทษลูกในเรื่องนั้น

Ulysses : อย่าเลิกยึดมั่นในความหวังเลยครับพ่อ

Ulysses : พรุ่งนี้จะต้องดีกว่าวันนี้แน่นอน

คืนนั้นตอนตี 3
Clark ลืมตาตื่นขึ้นกลางดึกเมื่อรู้สึกว่ามีใครอยู่ในห้อง

Clark : ยูลิซิส? คุณมาทำอะไรที่นี่น่ะ?

Ulysses : ผมไม่รู้ว่าชาวคริปตั้นต้องนอนหลับหรือเปล่าน่ะนะ

Ulysses : ผมไม่นอนหลับ ไม่เคยต้องหลับ

Ulysses : พ่อแม่บุญธรรมของผมตั้งทฤษฎีขึ้นมาว่าเพราะความสามารถในการดูดซับและสะสมพลังงานของผมทำให้ผมมีพลังงานมากมายจนใช้ไม่หมด

Ulysses : พ่อบุญธรรมคิดว่ามันเป็นพรสวรรค์ ส่วนแม่บุญธรรมคิดว่ามันเป็นโชคร้าย

Ulysses : เธอเคยพูดว่า “การต้องมีชีวิตอยู่โดยไม่รู้จักความฝัน มันคงเลวร้ายเหลือเกิน”

Ulysses : คุณฝันบ้างไหม?

Clark : ก็บางครั้งล่ะนะ

Ulysses : แล้วในความฝัน…คุณเป็นคล๊าก เคนท์ หรือคุณเป็นซุปเปอร์แมนกันล่ะ?

Clark : ส่วนใหญ่ก็เป็นคล๊าก บางครั้งก็ทั้งคู่ ผมมีฝันอยู่อันหนึ่ง มันเปลี่ยนไปเล็กน้อยทุกครั้งแต่เนื้อหาหลักเหมือนเดิม ผมกลับไปที่คริปตั้นในฐานะคล๊าก และผมก็ไปค้นหาพ่อแม่ของผม พ่อแม่ที่เป็นชาวคริปตั้นน่ะนะ แล้วผมก็พบกับพวกเขา

Clark : พวกเขาขอร้องผมให้ช่วยคริปตั้นก่อนที่มันจะระเบิด ผมก็เตรียมจะเปลี่ยนชุดเป็นซุปเปอร์แมน แต่ผมกลับไม่ได้สวมชุดอยู่ ผมหามันไม่เจอ

Ulysses : แล้วจากนั้นล่ะ?

Clark : ผมก็ตื่นขึ้นจากฝัน

Ulysses : ผมนึกสงสัยอยู่ว่าผมจะสามารถฝันได้ไหม เมื่อมผมมาอยู่บนโลกแบบนี้ผมจะสามารถฝันได้ไหม? ถ้าหากว่าผมพยายามตามหามันผมจะสามารถพบกับพ่อแม่ของผมได้เร็วขึ้นกว่านี้อีกหลายปีไหม ผมเสียเวลาเปล่าไปมาก…

ทันใดนั้นก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้น

พร้อมกับมีแสงสีเขียวเรืองออกมาจากสิ่งที่อยู่ในมือของ Ulysses

Clark : นั่นอะไรน่ะ?

Ulysses : เป็นชิ้นส่วนของสัตว์ร้ายจักรกลที่โจมตีเมืองของคุณวันนี้น่ะ

Ulysses : ทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตที่ใช้พลังงานในการขับเคลื่อนจะสร้างสนามแม่เหล็กที่มีรูปแบบเฉพาะออกมาซึ่งจะทำให้เกิดการสั่นไหวในบรรยากาศขึ้น

Ulysses : มันอ่อนมากจนคนอื่นนอกจากผมไม่รู้สึก ผมเองก็ใช้วิธีนี้ตามคุณไปจนถึงเดลี่แพลเน็ต โดยตามร่องรอยพลังงานแสงอาทิตย์ในเซลของคุณ

Ulysses : ผมคิดว่าถ้าผมสามารถตรวจจับพลังงานที่หลงเหลือในเศษชิ้นส่วนนี้ได้ และหลังจากใช้เวลาหลายชั่วโมงศึกษามัน ผมก็สามารถจำลองพลังงานหลงเหลือนี้และตามรอยไปยังแหล่งที่มาของมันได้

Ulysses : เจ้าสิ่งที่มาโจมตีเมโทรโปลิสพวกนี้ ผมสามารถใช้มันนำทางเราไปยังที่ๆมันมาได้นะคล๊าก

Clark : เจ๋งเลย เดี๋ยวผมเปลี่ยนชุดแป๊บนึงนะ

Ulysses : ที่นี่มันคืออะไรกัน?

Superman : มันเรียกว่าลานขยะน่ะ มันคือที่ๆรวบรวมเศษเหล็กจากทั่วเมือง

Superman : ถ้าคุณคิดจะสร้างเครื่องจักรสงครามอย่างที่เข้าโจมตีเมืองล่ะก็ มันคือที่ๆเหมาะสมที่สุดในการหาอะไหล่มาสร้างล่ะนะ

Superman : ในซากพวกนี้มีตะกั่วอยู่มากจนตาเอ็กซ์-เรย์ของผมตรวจไม่พบเบาะแสอะไรเลย แต่ผมจะลองเจาะรูลงไปใต้พื้นดินดู…

ตอนนั้นเอง Heat Vision ของ Superman ก็รุนแรงขึ้นจนควบคุมไม่ได้อีกครั้ง?!

Superman : แสงความร้อนของผมมันทำงานไม่ปกติ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่มันเกิดขึ้น นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับผมกันเนี่ย?

Ulysses : มันอาจจะเป็นเพราะผมเองแหละซุปเปอร์แมน ตัวผมเป็นเหมือนแม่เหล็กดูดพลังงานที่เข้มข้นอย่างแสงความร้อนของคุณ ลองให้ผมอยู่ห่างๆคุณสักหน่อยแล้วกัน ดูว่ามันช่วยอะไรบ้างไหม

Superman : นี่มันดูจะเป็นระบบอุโมงค์บางอย่าง มีสายพานลำเลียงไปที่ไหนสักแห่งด้วย

Ulysses : คุณเห็นในที่มืดได้งั้นหรือ?

Superman : ใช่

Ulysses : ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ผมขอใช้แสงให้ตัวผมมองเห็นหน่อยละกัน

Superman : ทำไมมันเป็นสีแดงล่ะ?

Ulysses : มันคือพลังงานแสงความร้อนของคุณที่ผมดูดซับมา แล้วปล่อยออกมาอย่างอ่อนๆน่ะ มีอะไรอยู่ที่ข้างหน้านั่น…

Superman : มันดูเหมือนเป็นโรงงานสร้างอะไรบางอย่าง?

Ulysses : เพื่อใช้สร้างอะไรล่ะ?

ในขณะที่พวกเขากำลังดูสิ่งที่อยู่เบื้องหน้านั้นเอง สิ่งที่เหมือนแมลงโลหะตัวเล็กๆก็พุ่งเข้าเกาะที่หัวของ Ulysses?!

แล้วจู่ๆเขาก็เล่นงาน Superman?!

เมื่อเห็นได้ชัดว่า Ulysses ไม่เป็นตัวของตัวเอง Superman จึงต้อง…

Superman : ผมเดาว่าเจ้าแมลงตัวเล็กๆนี่มันป่วนสมองของคุณอยู่

Superman : เรามาเอามันออกกันเถอะ

เมื่อ Superman ซัด Ulysses จนน็อคไปแล้ว เขาก็ดึงแมลงจักรกลออกจากหัวของ Ulysses แล้วบี้มันทิ้งเสีย

Superman : ยูลิซิส? นีล?

ตอนนั้นเองก็มีเสียงพูดดังขึ้นมาจากข้างหลัง

??? : คุณกำลังคิดว่าคุณทำเขาเจ็บหรือเปล่าใช่ไหมล่ะซุปเปอร์แมน?

Machinist : คุณช่างเป็นคนดีเสียจริงๆ

Machinist : ผมคือเดอะมาชินีส ที่นี่คือโรงงานของผม ส่วนเจ้าพวกนี้ก็คือสินค้าของผม

ว่าแล้วหมาจักรกลของ Machinist ก็เข้าเล่นงาน Superman!

Superman : ทำแบบนี้ไปทำไมกัน?

Machinist : คุณถามว่าทำไมผมสร้างพวกมันขึ้นมาหรือถามว่าทำไมถึงส่งพวกมันไปเล่นงานคุณกันล่ะ?

Machinist : สำหรับคำถามแรก คือผมสร้างพวกมันไว้ขาย

Machinist : ส่วนอีกคำถามหนึ่งนั้น คุณคิดว่าผมจะทำเงินได้ขนาดไหนสำหรับการสร้างของที่ใช้รับมือคุณขึ้นมาได้กันล่ะซุปเปอร์แมน?

Machinist : แค่รับมือบุรุษเหล็กได้สักสิบนาที พวกมันก็ค่าเป็นนับสิบล้านแล้วล่ะ

Superman : พวกมันทนได้ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ

ไม่พูดเปล่า Superman จับหมาจักรกลตัวหนึ่งฉีกเป็นชิ้นๆให้มันดูทันที

Machinist : คุณช่วยผมพัฒนางานของผมได้ดีทีเดียว

Machinist : อืม ผมก็ชอบอยู่น่ะน่ะ

Machinist : คืองี้แน่ะ มันไม่เกี่ยวกับว่าใครซื้อพวกมันไปเท่าไหร่หรอก แต่มันเกี่ยวกับว่าพวกนั้นจะทำให้ผมสามารถทำอะไรได้บ้างต่างหาก

Machinist : ผมอาจจะขายพวกมันออกไป แต่โรงงานนี้ก็ยังคงเชื่อมต่อถึงพวกมันได้อยู่

Machinist : ผมเห็นทุกสิ่งที่พวกมันเห็น ทั้งคนที่พวกมันฆ่า และวิธีการที่พวกมันใช้ฆ่า

Machinist : ผมมีห้องสมุดที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกอยู่ภายในนี้ ความตายจำนวนมากมายจนคุณจะไม่เชื่อเลยล่ะ

Machinist : ทีนี้มาดูกันว่า “เห็บควบคุมจิตใจ” ของผมจะเข้าไปในหัวคุณได้ไหม?

แล้ว Machinist ก็ส่งหุ่นแมลงจำนวนมหาศาลเข้าใส่ Superman!!

Machinist : คุณจะกลายเป็นอาวุธที่ทรงอำนาจที่สุด

แม้ Superman จะมีพลังมหาศาล แต่ศัตรูขนาดเล็กจำนวนมากเช่นนี้ก็ยากที่เขาจะทำลายพวกมันได้หมด!

Machinist : คุณจะเชื่อฟังคำสั่งของผมทุกอย่าง…เช่นเดียวกับพวกมัน

แต่ตอนที่มันกำลังพล่ามอยู่นั้นเอง ก็มีมือมาจับคอเสื้อมันจากด้านหลัง

Ulysses : แก…ออกไปให้พ้นจากหัวฉัน

ว่าแล้ว Ulysses ก็ยิงแสงความร้อนทะลุร่างของ Machinist!!

และเมื่อคนใช้ตายพวกเห็บจักรกลก็หยุดทำงาน

Superman : ยูลิซิส? นี่คุณทำอะไรลงไป?

Ulysses : ผมต้องหยุดมัน ผม…ผมจำเป็นต้อง…

Ulysses : …ผมฆ่ามัน

แต่ตอนนั้นเอง Machinist ก็พูดขึ้น

Machinist : ไม่หรอก ฉันยังอยู่ดี

Machinist : ส่วนแกก็เพิ่งฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปคนหนึ่งล่ะนะ

โปรดติดตามตอนต่อไป

1 thought on “Superman #34 : Men of Tomorrow : Part 3

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *