THE NEW 52 : FUTURE’S END #5&6

เรื่อง : Brian Azzarello, Jeff Lemire, Dan Jurgens, Keith Giffen
ภาพ : Art Thibert, Aaron Lopresti
วางจำหน่าย: 4 & 11 มิถุนายน 2014
สำนักพิมพ์ : DC Comics

หลังจากที่อ่านซีรีย์นี้และเห็นความเร็วในการดำเนินเรื่องแล้วนั้น ก็ตกลงใจว่าต่อไปจะทำแบบควบทีละสองตอนครับ


.
.
.
เปิดฉากมาที่ New York
Terifitech กำลังจะประกาศนวัตกรรมใหม่ล่าสุด

Mr.Terrific (Michael Holt) นำเสนอ “uSPHERE” สิ่งที่เหนือกว่านวัตกรรมใดๆ เพราะมันคือสิ่งที่สามารถเก็บสำรองความทรงจำและข้อมูลทุกอย่างในสมองของเจ้าของของมันได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผู้คน, งานที่ทำ ประสบการณ์ทุกอย่าง ไม่ว่าสิ่งใดๆที่คุณอาจลืมมันไป มันจะเก็บรักษาและสามารถค้นหาได้ มันคือแหล่งข้อมูลสมบูรณ์แบบที่จะเก็บรักษาสิ่งที่เป็นคนๆนั้นเอาไว้ได้

การเปิดตัวประสบความสำเร็จด้วยดี ทำให้ Mr.Terrific มั่นใจว่าโครงการนี้ต้องไปได้สวยแน่นอน

ตัดมาที่ Sutter Cove รัฐ Mary Land
Cole Cash (Grifter) ที่โดนยิงจนกลายเป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงมาก็จำยอมต้องตกลงทำงานกับนาย King Faraday คนที่ทำให้เขากลายมาเป็นแบบนี้อย่างไม่มีทางเลือก

เมื่อการเจรจาเรียบร้อย Cole ก็โดนอุดปากเสียๆของเขาและพาไปยังที่ทำงานใหม่ของเขา นั่นก็คือ…Cadmus!!

กลับมาที่ New York

ในที่สุดหลังจากโดนบังคับไม่ให้แยกร่างออกจากกันอยู่ร่วมสัปดาห์ ในที่สุด Ronnie Raymond ก็ยอมแยกร่างออกจาก Jason Rush ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่ Jason จะฉุนขาดใส่ Ronnie ที่ทำตัวไร้เหตุผล และยกเอาสิ่งที่เขาสูญเสียไปในช่วงสงครามก่อนหน้านี้เป็นข้ออ้างในการไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นต้นเหตุให้ Green Arrow ต้องตาย

เมื่อทั้งสองต่างก็เห็นตรงกันว่าไม่สามารถทนซึ่งกันและกันได้อีกต่อไป ทั้งสองจึงตกลงแยกทางกันเดิน

ตัดมาที่ Kansas
John Constantine ถูกเรียกตัวมาสืบสวนปรากฎการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้น

ที่กลางไร่ข้าวโพด อะไรบางอย่างได้ “ดูดชีวิต” ไปจากพื้นดินตรงจุดนี้ ทำให้มันไร้ซึ่งชีวิตอย่างสิ้นเชิง รวมทั้งทำให้คนตายไปเก้าคน สภาพศพของพวกเขาเหลือแต่โครงกระดูกโดยไม่เหลือแม้แต่เลือดสักหยดเดียว!

และนั่นก็ทำให้ Constantine สังหรณ์ใจว่าจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นตามมา

วันต่อมา ที่ New York

วายร้ายสามคนที่ประกอบด้วย Key, Plastique, และ Coil กำลังวางแผนที่จะลอบเข้าไปใน Terifitech เพื่อจะขโมยต้นแบบของ uSPHERE ก่อนที่มันจะเข้าสู่ไลน์การผลิตเป็นจำนวนมาก

แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือ พวกเขากำลังถูกจับตามองโดย Terry Mcginnis (Batman Beyond)

Terry : เอ่อ…A.L.F.R.E.D.

[ผมก็สังเกตุถึงผู้หญิงคนนั้นเหมือนกันครับนายท่านเทอร์รี่ และได้ทำการเปรียบเทียบทางกายภาพกับเนื้อเยื่อของไซบอร์คที่ติดมากับเราด้วยตัวนี้แล้ว…]
[ถูกต้องครับ ทั้งสองคือคนเดียวกัน]

(กลายเป็นว่าเจ้าชีวจักรกลที่ข้ามเวลาติดมากับ Terry ก็คือ Plastique นั่นเอง)

Terry : นั่นอาจจะเป็นเรื่องที่ถ้าไม่ “ดีมากๆ” ก็คง “แย่มากๆ” สำหรับเรา

[หรือไม่ก็แค่เหตุบังเอิญเท่านั้นล่ะนะครับ]

Terry : ฉันว่ามันก็คงขึ้นอยู่กับว่าเจ้าหล่อนมาทำอะไรที่นี่

[ผมจะลองแยกและขยายเสียงสนทนาดูนะครับ]
“มันจะช่วยได้มากถ้าเรามีแผนผังภายในตึก”
[ดูเหมือนว่าเจ้าหล่อนกับพรรคพวกจะมาที่นี่ด้วยเหตุผลเดียวกับเรานะครับ]

Terry : พวกนั้นกำลังคิดจะลอบเข้าไปในเทอร์ริฟิเทคงั้นรึ?

Terry : แล้วนั่นมันถือว่าดี, แย่…หรือว่าแค่บังเอิญกันล่ะ?

แต่โดยที่เขาไม่รู้ Terry เองก็โดนทางด้าน Terrifitech จับตาดูอยู่เช่นกัน

จากการที่เขาบุกเข้าไปใน Terifitech ก่อนหน้านี้แล้วโดนบันทึกภาพเอาไว้ได้ ทาง Terifitech ก็ได้บันทึกลักษณะทางร่างกายของเขาเอาไว้ และเอาไปตรวจเทียบกับคนที่อยู่ในรัศมีรอบๆตึก และก็พบว่าคนไร้บ้านที่ปรากฎตัวขึ้นหลังจากเกิดเหตุบุกรุกนั้นมีลักษณะร่างกายที่ตรงกับ Batman คนที่บุกเข้ามาพอดี

ซึ่ง Mr.Terrific ก็ตัดสินใจว่าจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

ตัดมาที่ Ant Farm ฐานทัพขององค์กร S.H.A.D.E.

Frankenstein, Amethyst และ Ray Palmer (The Atom) ก็กำลังเตรียมที่จะเดินทางไปตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวก Stormwatch

โดยพวกเขาจะเดินทางผ่านไปทาง Phantom Zone ห้วงมิติที่พวกชาว Krypton (เผ่าพันธ์ของ Superman) ใช้กักขังอาชญากรเอาไว้ แต่ Ray ได้คิดค้นวิธีที่จะใช้ประโยชน์จาก Phantom Zone ในการใช้มันเป็นทางลัดในการเดินทาง ซึ่งด้วยการผ่านเข้าไปใน Phantom Zone ที่เป็นห้วงต่างมิติก่อน พวกเขาจะสามารถเดินทางไปยังที่ๆห่างไกลออกไปหลายปีแสงได้ในทันที

แต่ปัญหาคือแม้แต่ในตอนนี้ พวกอาชญากรที่โดนกักขังอยู่ภายในนั้นก็จะยังคงอยู่ในนั้น เพราะที่นั่นเป็นสถานที่ไร้กาลเวลา สิ่งที่เข้าไปในนั้นก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของที่นั่นและจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีก

ดังนั้นเวลาที่พวกเขาผ่านเข้าไปพวกเขาจะต้องย่อขนาดตัวเองให้เล็กจิ๋วเสียก่อน แล้วค่อยขยายกลับขนาดเดิมเมื่อออกจากที่นั่นแล้ว

ว่าแล้วก็ได้เวลาเดินทาง!

แต่ในตอนที่ทุกอย่างดูจะเรียบร้อยดีนั้น จู่ๆระบบที่ทำให้พวกเขาย่อขนาดตัวเองได้ก็หยุดทำงานและทำให้พวกเขากลับสู่ขนาดเดิม!

และนั่นก็ทำให้เหล่านักโทษของ Phantom Zone เข้ารุมกินโต๊ะพวกเขาทันที!

เมื่อเป็นแบบนี้ Frankenstein กับ Amethyst ก็ต้องออกไปขับไล่พวกนักโทษออกไป

พวกเขาดูจะสามารถขับไล่พวกนักโทษไปได้ แต่ทว่าตอนนั้นเอง…

ขาใหญ่ประจำคุกก็ออกโรง!

Black Adam?!

ตัดมาที่ New York
ที่บาร์เหล้า Wounded Duck

Ronnie Raymond ที่ดื่มเหล้าจนเมาก็เริ่มหาเรื่องแต๊ะอั๋งสาวเสริฟ

แต่อนิจจา เมื่อเขาไม่ได้รวมร่างกับ Jason Rush เป็น Firestorm เขาก็แค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง เขาจึงโดนเจ้าของร้านซัดกลิ้งโค่โร่แล้วโยนออกนอกร้านอย่างง่ายดาย…

ตอนนั้นเองลูกค้าอีกคนที่เหลืออยู่ในร้านก็พูดขึ้นมา เธอก็คือ Lois Lane นั่นเอง

เธอมาที่นี่เพราะเธอรู้ว่านายเจ้าของร้านคนนี้ก็คือ Red Robin (Tim Drake) ที่น่าจะตายไปตั้งแต่หลายปีก่อนนั่นเอง และเธอก็ต้องการจะรู้ว่าทำไมเขาถึงมาเป็นเจ้าของบาร์เหล้าอยู่ที่นี่?

แต่ Tim ไม่ต้องการจะคุยด้วยแล้วไล่เธอกลับไป

ซึ่งก็แน่นอนว่าคนอย่าง Lois Lane ไม่ยอมเลิกอะไรง่ายๆอยู่แล้ว

แต่ตัว Lois เองก็ไม่รู้ว่าเธอก็โดน King Faraday จับตาดูอยู่เช่นกัน

Faraday : ฉันไม่คิดอย่างนั้นแฮะ

[……]

Faraday : เพราะเจ้าหล่อนเก่งมากในการทำงานของตัวเอง และนั่นก็หมายความว่าเจ้าหล่อนไม่เลิกล้มอะไรง่ายๆ แต่ถึงอย่างนั้นการไปตักเตือนนิดๆหน่อยก็คงจะทำให้อะไรๆง่ายขึ้นเยอะ

[……]

Faraday : ถ้าฉันรู้ ฉันก็คงจะไปหาคนที่ให้เบาะแสกับเจ้าหล่อนแล้วล่ะ คงไม่มีใครติดต่อนักข่าวมากประสบการณ์อย่างคุณเลนโดยไม่จำเป็นแน่

Faraday : ทีนี้…ก็ได้เวลาเดินเล่นยามดึกแล้วล่ะนะ

[……]

Faraday : ก็ ถ้าจะให้ฉันต้องอธิบายล่ะก็ มันก็หมายความว่านายคงไม่เข้าใจแหงๆ…ช่างเถอะ ฉันจะเข้าไปหาเจ้าหล่อนล่ะ

ทว่าก่อนที่ Faraday จะทันได้เข้าไป เขาก็โดนมือลึกลับดึงตัวไว้?!

??? : ผิดแล้ว

[……]

Faraday : นั่นฉันไม่ได้เป็นคนพูดนะ

[……]

Faraday : แล้วฉันจะติดต่อกลับไปทีหลังแล้วกัน

Faraday : มีปัญหาอะไรหรือครับ?

Superman : นั่นไม่ใช่การกระทำที่ฉลาดเลยนะ

Faraday : แล้วนั่นมันหมายถึงอะไรกันล่ะ?

Superman : อย่าได้เข้าไปยุ่งกับคุณเลนเป็นอันขาด

Faraday : เพราะนายสั่งงั้นรึ?

เมื่อคิดดูอย่างรอบคอบแล้ว Faraday ก็ได้คำตอบ

Faraday : ตกลง เอาตามคุณว่า ฉันจะไม่เข้าไปยุ่งกับหล่อนอีก

Superman : ฉันเตือนนายไปแล้วนะ

เมื่อได้คำตอบเป็นที่น่าพอใจ “Superman” (?) ก็บินจากไป

Faraday : ใช่ นายเตือนแล้วจริงไหมล่ะ? แต่นายล่ะเป็นใครกัน? มีข่าวลือถึงสาเหตุที่นายต้องสวมหน้ากากอยู่เพียบเลยนะซุปเปอร์แมน สักวันหนึ่งฉันก็จะรู้ให้ได้เหมือนกัน

[……]

Faraday : ก็แค่พูดออกมาลอยๆเท่านั้นแหละ ต่อให้หมอนั่นได้ยินก็ไม่มีปัญหาหรอก

[……]

Faraday : ฉันว่าเราก็คงต้องให้คุณเลนตามรอยจนมาเจอกับพวกเราเองล่ะมั๊ง และเจ้าหล่อนก็คงทำได้อยู่หรอก แย่หน่อยนะ

Faraday : =เฮ่อ= ทำดีมักได้ดีนั่นแหละ

โปรดติดตามตอนต่อไป

1 thought on “THE NEW 52 : FUTURE’S END #5&6

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *