The Fury of Firestorm: The Nuclear Men #3

THE FURY OF FIRESTORM: THE NUCLEAR MEN #3

เรื่อง : ETHAN VAN SCIVER และ GAIL SIMONE
ภาพ : YILDIRAY CINAR
วางจำหน่าย: 23 พฤศจิกายน 2554
สำนักพิมพ์ : DC Comics

ฮีลิกซ์ปรากฏกาย!

..

 

ศูนย์ทดลองนานาชาติซี-เทค

คาร์เวอร์: ผู้อำนวยการไซเธอร์คะ? เขาอยากพบคุณน่ะค่ะ

ไซเธอร์: ฉันกำลังยุ่งอยู่เจ้าหน้าที่คาร์เวอร์

คาร์เวอร์: ฉันรู้ค่ะแคนเดซ… แต่เขาฟื้นแล้ว หมอบอกว่าบางทีเขาอาจจะจำอะไรได้

 

ไซเธอร์: เธอมีภาพอยู่กับตัวใช่มั้ย?

คาร์เวอร์: ใช่ค่ะ แต่ฉัน…

ไซเธอร์: อย่าอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ เจ้าหน้าที่คาร์เวอร์ ตอนนี้เรากำลังเผชิญภัยก่อการร้ายกลางเมืองใหญ่ในอเมริกา คุณไม่เห็นรึไง

คาร์เวอร์: ที่จริงฉันหวังว่าคุณจะไม่ให้เขาดูภาพพวกนั้น มันโหดร้ายเกินไป

ไซเธอร์: แน่ล่ะ ชีวิตน่ะเป็นเรื่องโหดร้ายนี่นา

พวกเธอเดินมาจนถึงห้องทดลองขนาดใหญ่ห้องหนึ่ง…

คาร์เวอร์: คุณอยากอยู่ตามลำพังรึเปล่าคะ?

ไซเธอร์: ถึงยังไงฉันก็เหมือนตัวคนเดียวอยู่แล้วล่ะ ไม่ว่าฉันจะชอบหรือไม่ชอบมันก็ตาม

 

“สวัสดีแคนเดซ”

 

“วันนี้ช่างสวยงามจริง ๆ ที่รัก ผมว่าเราน่าจะไปปิคนิคนะ”

 

คาร์เวอร์:รับทราบ ทีมไฮยีน่า… ผู้อำนวยการไซเธอร์คะ ทีมไฮยีน่าต้องการกำลังสนับสนุน

ไซเธอร์: ทีมไฮยีน่าคงพอรับมือไฟร์สตอร์มได้แค่คนเดียว เห็นรึยังว่าชีวิตน่ะโหดร้ายแค่ไหน

ไซเธอร์หันกลับมาหาชายร่างยักษ์ผู้ซ฿่งเคยเป็นอดีตคนรักของเธอ…

ไซเธอร์: ฮีลิกซ์… โรเจอร์ คุณจำวันที่เราไปปิคนิคกันได้รึเปล่า? จำได้มั้ย?

โรเจอร์: ช่าย ปิคนิค… วันนั้นผมไม่สบายอยู่ที่โรงพยาบาล ผมอยากทำให้คุณเซอร์ไพรส์ก็เลยไปรับเด็ก ๆ ที่เนิร์สเซอรี่… จากนั้นผมก็ไปรับคุณ เราขับรถกินลมผ่านอ็อตเตอร์ครีกขึ้นไปบนเขา ผมย่างปลากินสองตัว ผมยังจำได้ดีแคนเดซ

ไซเธอร์: เอาล่ะ เจ้าหน้าที่คาร์เวอร์ ขอภาพด้วย

 

ไซเธอร์: โรเจอร์ คุณเป็นคนแรก ๆ ที่ได้สัมผัสกับระบบปฏิบัติการไฟร์สตอร์ม เป็นคนแรก ๆ เลย คุณมักหัวเราะเสมอและเรียกตัวเองว่า “มนุษย์อวกาศแดนสนธยา”

 

ไซเธอร์: โครงการของเรานั้นตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าประเทศใดที่มีปฏิบัติการนิวเคลียร์ควรจะมีไฟร์สตอร์มเป็นผู้พิทักษ์เพื่อรับมือความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นและลดงบประมาณการป้องกันภัยที่แม้แต่ประเทศร่ำรวยหลาย ๆ ประเทศก็ไม่อาจจะจ่ายได้ ทั้งหมดนี้ล้วนอาศัยระบบปฏิบัติการของสไตน์ คุณคือผู้กล้าของเรา โรเจอร์ คุณคือไฟร์สตอร์มแห่งอเมริกา

 

ไซเธอร์หยิบภาพชุดหนึ่งขึ้นมาเปิด

ไซเธอร์: ภาพนี้คือนางพยาบาลที่รักษาคุณ โรเจอร์

ไซเธอร์: ส่วนนี่คืออ็อตเตอร์ครีก… ผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายทรมานจากอาการตาบอดและเนื้องอกอยู่หลายสัปดาห์ก่อนตาย

ไซเธอร์: ส่วนนี่คือรถของเรา โรเจอร์ คุณสามารถทำให้มันวิ่งได้ถึงห้าสิบไมล์ทั้งที่ทั้งที่ตัวเครื่องและยางล้อไหม้เป็นตอตะโก ลูกชายกับลูกสาวตัวน้อย ๆ ของเรานั่งอยู่ที่เบาะหลัง

 

ไซเธอร์: และครั้งสุดท้ายที่คุณสัมผัสร่างฉัน มันช่างนุ่มนวลจนฉันต้องกรีดร้องแทบขาดใจ

ไซเธอร์: มือของคุณทำให้ผิวกายของฉันกลายเป็นแบบนี้

ไซเธอร์: เพราะงั้นคุณจึงถูกขังอยู่ในห้องนี้มาสามปี คุณเข้าใจเรื่องทั้งหมดรึยังโรเจอร์?

โรเจอร์: ผม… เข้าใจแล้ว

 

โรเจอร์: คุณรู้มั้ย แคนเดซ เราน่าจะหาโอกาสดี ๆ พาลูก ๆ ไปเที่ยวอ็อตเตอร์ครีกอีกสักครั้ง

ไซเธอร์: ดีสิคะ เดี๋ยวเราจะไปด้วยกันนะที่รัก แต่ก่อนอื่น ท่านประธานาธิบดีมีภารกิจให้คุณทำ เราอยากให้คุณช่วยจัดการผู้ก่อการร้ายวัยรุ่น… ประเทศชาติกำลังต้องการคุณอยู่

โรเจอร์: อา ภารกิจของผม…

ไซเธอร์: คุณสามารถเทเลพอร์ทไปยังพิกัดนี้ได้ใช่มั้ยที่รัก? คุณใช้ยังพลังแบบนั้นได้ใช่มั้ย?

โรเจอร์: ขอโทษจริง ๆ แคนเดซ แต่ประเทศกำลังต้องการผม เราคงต้องไปปิคนิคกันทีหลังแล้ว ถึงตอนนั้นผมจะโอบกอดคุณไว้และประทับใบหน้าจุมพิตทุกส่วนสัดของคุณนะ ที่รัก

 

ชะแว้บ!

 

วอลตั้น มิลส์, เพ็นซิลวาเนีย

บ๊ะ ช่ายล่ะ กลายเป็นว่ามีใครที่ไหนก็ไม่รู้ส่งไอ้บ้าที่ทำท่าทำทางอย่างกับนักฆ่าในเกมเมทัลเกียร์มาจัดการไอ้กระจอกที่กองอยู่บนพื้นนั่น ไอ้กระจอกที่ฉันแสนรังเกียจ เจสัน รัช… ไม่ต้องห่วงหรอก หมอนั่นเองก็คิดแบบเดียวกันกับฉัน

 

ไฮยีน่า: เฮ้ ไอ้หนูแข้งทอง ฟังฉันนะยะ ดับเครื่องตัวเองซะ ไม่งั้นแม่เป่าขมองเจ้านี่แน่

 

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ตอนนี้เราสองคนกำลังแย่ ต้องขอบคุณวิทยาศาสตร์เฮงซวย ดูเหมือนว่าพวกรัฐบวมจะอยากให้เราสองคนตาย… เพราะไอ้เจสันแท้ ๆ เลย

 

 

ไม่ว่ามันดูดยาอะไรเข้าไป ดูเหมือนยาจะทำให้พวกมันหัวเราะไม่หยุดอย่างกับสติไม่ค่อยดี ไม่รู้สิ เจ้าพวกนี้มันมีพี่เสกเป็นไอด้อลรึไงกัน ทั้งหมดนี้เพราะเจสันแท้ ๆ เพราะเรื่องนิวเคลียร์บ้าอะไรสักอย่าง มันทำให้เราต้องเจอเรื่องแบบนี้

 

 

 ไฮยีน่า: เอาไงดีคุณเรย์มอนด์ขา? ติ๊กต่อกติ๊กต่อก…

ทอนย่า: อย่านะรอนนี่ ทำสิ่งที่ถูกต้องเถอะนะ

 

เจสัน: ถึงยังไงมันก็ฆ่าเราอยู่ดี เรย์มอนด์

ไฮยีน่า: จะยิงไม่ยิง แกไม่มีทางรู้หรอกย่ะ หุบปากซะ แกกำลังทำให้ฉันฮา

 

ฉันทำไม่ได้… แม่ของฉัน… พวกมันเป็นพวกรัฐบาลนะ… ส่วนฉันมันก็แค่… แค่เด็กคนหนึ่ง

 

รอนนี่: ก็ได้ ๆ ฉันยอมแล้ว

ไฮยีน่า: โอเคเก๋กู้ด พวกแกสองคนนี่ ไม่สมควรจะมาอยู่ในสภาพแบบนี้เล้ย

เจสัน: ศาสตราจารย์สไตน์เลือกฉัน เขาอยากให้ฉันเป็นไฟร์สตอร์ม

 

ไฮยีน่า: ศาสตราจารย์สไตน์งั้นเหรอ คุณรัช? คนที่หักหลังประเทศของเราเนี่ยนะ?

เจสัน: เธอ… เธอพูดเรื่องอะไร?

ไฮยีน่า: เฮ่ เฮ่ เปล่าเลย แกรู้มั้ยว่ามันทำอะไรไว้ก่อนตาย?

เจสัน: เขา… เขาเป็นมะเร็ง เขาอยู่โรงพยาบาลกับครอบครัวก่อนจะตาย

ไฮยีน่า: ผิดแล้วคุณรัช นั่นเป็นเรื่องที่เราแต่งขึ้น พวกเราคุมสื่อไว้หมด พวกเขาจะเสนอข่าวเท่าที่เราบอก… ความจริงน่ะ หมอนั่นขายระบบปฏิบัติการไฟร์สตอร์มต่างหากล่ะ เจสัน

ไฮยีน่า: เขาขายมันให้เกาหลีเหนือ, ให้อิหร่าน, ให้ลิเบีย

 

ไฮยีน่า: หมอนั่นคงคิดว่าเงินมหาศาลที่ได้มันยังไม่พอล่ะมั้ง เพราะงั้นมันก็เลยลอบส่งขายระบบปฏิบัติการให้กับศัตรูของอเมริกา… มันตายเพราะทรยศประเทศตัวเองต่างหาก เจสัน

 

เจสัน: โกหก

ไฮยีน่า: เปล่าเลย แกก็รู้ดี

เจสัน: แล้วทำไมต้องเป็นฉันล่ะ? ทำไมเขาส่งมันมาให้ฉัน?

ไฮยีน่า: เพื่อทำบุญทำทานล่ะมั้ง? ไม่ก็คงมีจุดประสงค์อะไรสักอย่าง

 

ไฮยีน่า: พวกแกถูกจับกุมแล้ว จงปิดพลังตัวเองลงเดี๋ยว พวกแกถือเป็นสมบัติของพวกเรา

..

ทอนย่า: เดี๋ยวก่อน

 

 

ทอนย่า: อย่า… อย่าขยับ พวกคุณต้องไม่ใช่คนของรัฐบาลแน่ วางอาวุธลงแล้วชูมือขึ้นเดี๋ยวนี้

 

โอย พระเจ้าทรงโปรด ขออย่าให้เกิดอะไรขึ้นกับเธอเลยนะ! อย่าเป็นอะไรไปเพราะพวกเราเชียว ได้โปรดเถอะ

 

เจสัน: เดี๋ยวก่อน! เดี๋ยว เราจะทำตามที่พวกแกบอกทั้งหมดแล้ว

ไฮยีน่า: แหงล่ะ แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่มีประโยชน์อะไรกับเราน่ะคุณรัช

 

เจสัน: ปล่อยเธอไปนะ พวกเราจะยอมทำทุกอย่างแล้ว

มิลเล่อร์: เสียใจด้วยว่ะเจ้าหนู

ปัง!!

 

“ม่ายยยยยยยยย!”

 

ผมโตมากับชีวิตลุ่ม ๆ ดอน ๆ คนส่วนใหญ่มักจะมองผมเป็นหนอนหนังสือ… เป็นอัจฉริยะ แต่คนพวกนั้นไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับผมหรือพ่อเลยสักนิด พ่อทั้งไม่เคยเคี่ยวเข็ญผม ไม่เคยตีผม

 

แต่ถึงอย่างนั้นพ่อก็ไม่เคยยอมให้ผมผลักภาระความรับผิดชอบ พ่อสอนให้ผมกล้าเผชิญหน้ากับความจริงเสมอ ไม่ว่าความจริงนั้นจะโหดร้ายเพียงใด เพราะอย่างนั้นผมจึงรักพ่อ ถึงแม้ว่าการเผชิญความจริงมักทำให้ชีวิตไม่อภิรมย์ก็ตามที

 

 

ตอนนี้ผมต้องยอมรับความจริงที่เลวร้ายที่สุด… เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะผมเอง

 

เป็นความผิดของผม คนที่ผมรักต้องตายโดยที่ผมไม่เคยสารภาพความในใจให้เธอรู้ นี่เป็นความผิดของผมเอง ผมทนแบกรับมันไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

 

เจสัน: ฉันสามารถบีบแกทั้งที่สวมเกราะให้กลายเป็นก้อนขยะได้… ฉันสามารถฝังแกได้ทั้งเป็น… ฉันสามารถสับแกเป็นหมื่นชิ้นพันชิ้นได้ด้วยปลายนิ้ว แกเข้าใจที่ฉันพูดรึเปล่าวะหา!?

 

รอนนี่: รัช… เจสัน… พอเถอะ

รอนนี่: นายไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อยเจสัน… นายไม่ใช่คนแบบนั้น

พอกล่อมให้เจสันสงบลงแล้วเขาก็วางมาดผู้ชนะหันไปสั่งพวกไฮยีน่า

รอนนี่: เธอน่ะ รีบพาพรรคพวกเพื่อนเพี้ยนของเธอไปจากที่นี่ซะ

ฉันไม่ได้ชอบมันหรอก ไม่เลยสักนิด แต่ฉันทนดูมันเดินออกนอกลู่นอกทางไม่ได้

 

รอนนี่: เจสัน… ทอนย่ายังไม่ตาย

เจสัน: อะไรนะ?

รอนนี่: เราต้องรีบพาเธอไปโรงพยาบาล เข้าใจมั้ย?

แต่ทันใดนั้นเองเสียงอันน่าสะพรึงพลันดังขึ้น… ฮีลิกซ์มาถึงแล้ว!

โรเจอร์: โรงพยาบาล… เป็นความคิดที่ดีชะมัด

รอนนี่: นี่มันเรื่องอะไรฟะเนี่ย?

ดูท่าไม่ค่อยจะดีเสียแล้ว

 

โรเจอร์: ฉันคือผู้พิทักษ์แห่งอเมริกา พวกแกเลือกรุกรานผิดที่แล้ว เพราะตอนนี้พวกแกกำลังเผชิญกับฮีลิกซ์!

เจสัน: ฉันจะถามอีกทีนะ นี่มันเรื่องอะไรฟะเนี่ย?

ในสายตาของกัปตันโรเจอร์นั้น มองเห็นเด็กหนุ่มทั้งคู่เป็นทหารนาซีไปเสียแล้ว!

 

โรเจอร์จัดการซัดพวกเขากระเด็นภายในชั่วพริบตา!

โอเค ดูเหมือนตำแหน่งมือขว้างโดนไอ้ยักษ์ทีมตรงข้ามพุ่งเข้าชนซะแล้วสิ งั้นมาดูกันว่าทีนี้มือขว้างจะแก้เกมยังไงเมื่อสองมือสามารถขว้างพลังงานนิวเคลียร์ออกไปได้

 

รอนนี่ยิงพลังจากมือโจมตีใส่ฮีลิกซ์อย่างจัง แต่มันกลับไม่เป็นอะไรเลยแถมยังถูกสวนกลับมาอีกต่างหาก!

 

นั่นไงล่ะ เล่นเป็นพวกเหนือมนุษย์มันช่างห่วยแตกสิ้นดี

 

เจสัน: ไม่เป็นไรนะเรย์มอนด์ ฉันได้ตัวนายแล้ว ดูท่าเราคงสู้ไอ้ยักษ์นี่ไม่ได้แน่

รอนนี่: คิดงั้นอ่ะ? ฟังนะ… เราต้อง… ต้องเรียกเจ้าฟิวรี่ออกมา

แต่ยังไม่ทันพูดจบ ฮีลิกซ์ก็ตามขึ้นมาซัดทั้งคู่อย่างรวดเร็ว!

โรเจอร์: วันนี้เหมาะแก่การปิคนิคจังเลย

 

ลุกสิไอ้บ้านั่นกำลังจะฆ่าแกแล้วนะรอนนี่ เรย์มอนด์ ลุกสิ ลุกได้แล้ว

 

รอนนี่: ฟิวรี่ไงรัช ต้องเรียกเจ้านั่นออกมา

เจสัน: ฉันทำไม่ได้!

เจสัน: ฟังนะ ตอนนั้นมันเกิดขึ้นเพราะเราต่อสู้กัน แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้โมโหนายอีกแล้ว

อ้อ เพราะงี้นี่เอง

 

รอนนี่: เย้ย แกรู้ป่าวว้าเพื่อน ฉันเคยเห็นทอนย่าแก้ผ้าด้วยนะเฟ้ย

เจสัน: … เอ็งว่าไงนะ?

 

ดูเหมือนว่าเราคงหมดโอกาสเป็นเพื่อนกันแล้วล่ะ โทษทีว่ะเจสัน

 

โรเจอร์: พวกแกมุดหัวอยู่ไหนกันหว่า?

 ..

“นี่ พี่บึ้ก”

 

ผัวะ!!!!

 

ผมไม่สามารถพูดอะไรได้อยู่พักใหญ่ เสียงสั่นสะเทือนดังลั่นแก้วหูของพวกเรา

 

 

รอนนี่: โอย ให้ตาย เรากลับมาอยู่ในสมองของเจ้านี่อีกแล้ว!

เจสัน: มันจำเป็น เราต้องลองหาวิธีควบคุมฟิวรี่ให้ได้… เราต้องบังคับมันได้สักวิธีสิ เราต้องพามันออกไปให้ไกลจากทอนย่า ก่อนที่มันจะเผาป่าให้เป็นทะเลเพลิงไปซะก่อน

 

เรารู้สึกได้ ถึงจะอยู่ในหัวฟิวรี่ หรืออยู่ที่ไหนก็ตาม แต่ฮีลิกซ์มันแข็งแกร่งจริง ๆ

 

 

เหมือนแต่ละหมัดของมันแฝงไว้ด้วยพลังงานนิวเคลียร์ เราไม่ได้ยินอะไรเลยนอกจากเสียงระเบิดกึกก้องจากแต่ละหมัดที่มันต่อยออกมา เรารู้สึกในตอนนั้นเอง… ว่าเราคงต้องตายอยู่ในร่างนี้แน่

 

รอนนี่: ตายแน่ เราตายแน่

เจสัน: ฉันรู้แล้วโว้ย เงียบสักที! … ไม่ว่าคุณจะเป็นใครแต่ผมรู้ว่าคุณอยู่กับพวกเราข้างในนี้ เพราะงั้นช่วยเราที ช่วยเราโต้กลับทีเถอะ

 

เจสัน: เชื่อมต่อ

..

ฟิวรี่: เชื่อมต่อ

เป็นเพราะทอนย่า ผมจึงไม่อาจลงมือฆ่าหน่วยรบพวกนั้นอย่างเลือดเย็น

 

แต่ตอนนี้ผมต้องรอดไปให้ได้ ผมต้องพาทอนย่าไปโรงพยาบาล ขอโทษนะครับพ่อ… นี่เป็นความผิดของผมอีกแล้ว

 

โรเจอร์: ฉัน… อยาก… ไป…

โรเจอร์: ปิค… นิค…

..

ฟิวรี่พลันตัดคอฮีลิกซ์ด้วยเชือกนิวเคลียร์ที่สร้างขึ้นมาอย่างง่ายดาย!

ผมขอโทษ

 

รอนนี่: นี่เรา… นี่เราชนะแล้วเหรอ?

เจสัน: ฉันไม่คิดอย่างนั้นหรอก เราไม่ได้ชนะ

ผมเสียใจ

 

ณ โรงพยาบาลวอลตั้น มิลส์…

หมอ: คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ ไม่งั้นผมจะเรียก…

คลิฟฟอร์ด: แกจะไม่เรียกใครมาที่นี่ทั้งนั้น หมอ

หมอ: แต่คุณไม่มีสิทธิ์ยึดโรงพยาบาลแห่งนี้

คลิฟฟอร์ด: หมอ ที่ฉันมีในมือคือชื่อและที่อยู่ของลูกสาวแกทั้งสามคนว่ะเฮ้ย ทีนี้ถ้าฉันจะเอาอะไรเดี๋ยวฉันเรียกเอง

จากนั้นคลิฟฟอร์ดก็กลับเข้ามาในห้องพักที่ถูกน้ำแข็งเกาะอยู่ทั่วผนัง…

คลิฟฟอร์ด: ผู้อำนวยการไซเธอร์หรือครับ? ช่าย เธอ… เธอปลอดภัย ผมมั่นใจครับว่าไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ ทั้งสิ้น เธอแค่สั่นนิด ๆ เท่านั้นเอง

 

ไซเธอร์: ฉันไม่สนใจเรื่องนั้นแล้ว เจ้าหน้าที่คาร์ไมเคิล ตอนนี้ไฟร์สตอร์มนอกกฏหมายหายสาบสูญ เราต้องเพิ่มระดับการปฏิบัติการ ฉันอยากให้คุณไปหาพ่อแม่ของพวกมัน… ฉันอยากให้คุณลากคอมันมาให้ฉัน เข้าใจมั้ย?

 

“ชัดเจนอย่างยิ่งครับท่านผู้อำนวยการ”

..

ตอนต่อไป:

GLASTNOST

11 thoughts on “The Fury of Firestorm: The Nuclear Men #3

  1. NetNN

    รู้สึกว่าตัวร้ายเรื่องนี้มันสติไม่ค่อยเต็มกันสักคนแฮะ

    ดีนะเนี่ยที่ทอนย่ายังไม่ตาย

  2. mr robot

    โรเจอร์ นี่กะจะล้อ กัปตันอเมริกา ป่าว เนี่ย? (ฮา)

  3. mr robot

    โรเจอร์ นี่กะจะล้อ Cap ของมาร์เวล ป่าวเนี่ย? (ฮา)

  4. DOL

    โรเจอร์ นี่กะจะล้อ Roger Rabbit ป่าว เนี่ย? (ฮาๆๆ)

  5. Neo

    โรเจอร์ นี่กะจะล้อ Roger Federer ป่าวเนี่ย (ฮาๆๆๆๆ)

  6. SSLYBY

    โรเจอร์ นี่กะจะล้อ โรเจอร์ นั่น หรือเปล่า

  7. Tatoo

    แอบกัด พี่เสก 555 นึกว่าเเฟน เจสันจะไปซะเเล้ว

  8. DarkSoul

    โรเจอร์ นี่กะล้อ โรเจอร์ เฟดเดอร์เร่อ ป่าวเนี่ย(ฮาๆๆๆๆๆๆ)

  9. DarkSoul

    อ้าวมีคนเล่นหรอ -_-‘ งั้น โรเจอร์ มัวร์ ล่ะกัน (พระเอก เจมส์ บอนด์ สัมยก่อน)

  10. KakMan

    โรเจอร์ นี่กะจะล้อ โรเจอร์ ปาร์คเกอร์ ป่าวเนี่ย (๕๕๕)

    ป.ล. >.< ใครก็ได้แก้ให้ด้วย..

  11. seventoon

    เฮลิกซื เก่งแฮะ แต่ ทั้งสองต้องรวมพลังกันสินะ เนี่ย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *