Wolverine: The Adamantium Men Part 4 (of 5)

Wolverine Weapon X #4
เรื่อง: Jason Aaron
ภาพ: Ron Garney
ลงสี: Jason Keith
วางจำหน่าย: 19 สิงหาคม 2009
สำนักพิมพ์: Marvel Comics

โลแกนปะทะกับทีมนักฆ่า สไตรค์ฟอร์ซ เอ็กซ์ ไปแล้ว
และพยายามตามรอยของเหยื่อที่ปล่อยไปพร้อมเครื่องติดตามสัญญาณที่ติดไว้ในลูกตา
แต่ก็คว้าน้ำเหลว พวกมันรู้ทัน

ทางด้านนักข่าวสาวของซานฟรานซิสโกโพสต์ก็เกือบถูกลอบฆ่า แต่มาเวอริคไปช่วยไว้ได้
แต่แบล็คการ์ดคงไม่ปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ แน่

“มันก็พูดยากนะ บ๊อบ แต่เราเกรงว่าคงต้องปล่อยให้คุณไปแล้วล่ะ”
“อะไรนะ”

ชายมีอายุคนหนึ่งกำลังติดต่อกับ “นายใหญ่” และมีลูกน้องยืนคุมอยู่รอบๆ
“คุณเป็นพนักงานที่ซื่อสัตย์มาหลายปี ผมเสียใจอย่างสุดซึ้ง แต่ก็ต้องตัดสินใจล่ะนะ”

แล้วชายชื่อบ๊อบผู้โชคร้ายก็โดนกำจัดไปตามระเบียบ

เวลาต่อมา ในห้องที่บ็อบถูกฆ่า หน่วยแฮมเมอร์* ก็กำลังเข้ามาเก็บหลักฐาน
(มันเกี่ยวอะไรด้วยเนี่ย ไม่ใช่หน้าที่ตำรวจเรอะ)
*H.A.M.M.E.R.  คือหน่วยงานรัฐที่ตั้งขึ้นเพื่อควบคุมดูแลพวกเหนือมนุษย์ ก่อนนี้คือ S.H.I.E.L.D แต่หลังเหตุการณ์ Secret Invasion ที่หน่วยชีลด์ ถูกแทรกซึม ทำให้ Iron Man หลุดจากตำแหน่ง Director  และถูกตามจับ  นอร์แมน ออสบอร์น วายร้าย Green Goblin ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแทนและเปลี่ยนชื่อหน่วยเป็นแฮมเมอร์


เกอร์ทรูด จนท.สาวของหน่วยแฮมเมอร์คุยโทรศัพท์กับมาเวอริค
คุุยไปก็ต้องชิ่งไปด้วย เพราะมาเวอริคก็เป็นมิวแทนต์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน
เป็นที่ต้องการตัวของหน่วยแฮมเมอร์อยู่เหมือนกัน
เราก็ทราบว่า บ๊อบ เป็นผู้บริหารเก่าของแบล็คการ์ด
ซึ่งถูกทำให้ดูเหมือนฆ่าตัวตายหนีปัญหาอื้อฉาว
เกี่ยวกับกองกำลังติดอาวุธที่เป็นข่าวนั่นเอง

มาเวอริคได้รับโทรศัพท์อีกครั้ง คราวนนี้เป็นโลแกน

ตอนนี้ตามรอยไปถึงรีสอร์ทหรูแห่งหนึ่งแถบทะเลคาริบเบียน
แล้วก็กำลังเก็บกวาดขนานใหญ่

“ฉันจะฆ่ามันให้หมดนี่แหละ เดวิด* พวกนี้ต้องได้รับข้อความ ไม่ว่าใครก็อย่าได้เริ่มโครงการเวพ่อนเอ็กซ์อีก”
“ถ้านายจะตามไอ้ซีอีโอนั่น นายต้องกการฉันนะโลแกน”
*มาเวอริค มีชื่อจริงว่า คริสโตเฟอร์ นอร์ด ที่บอกนักข่าวสาวในเล่มก่อน และมีอีกชื่อว่า เดวิด นอร์ธ ด้วย

ทางด้านนายใหญ่กับไคลน์ หัวหน้าหน่วยสไตรค์ฟอร์ซ ที่ดูเหมือนหลบมาอยู่ที่ไหนซักแห่ง

ไคลน์นั่งอ่านหนังสือ Go down, Moses นิยายชื่อดังของนักเขียนรางวัลโนเบล วิลเลี่ยม ฟอล์คเนอร์
“รีสอร์ทโดนถล่มเละแล้ว พวกนั้นตายเรียบเลย” ซีอีโอโพล่งขึ้นมา
ซีอีโอ: “เป็นมันนั่นแหละ วูฟเวอรีน มันกำลังจะมานี่แล้วด้วย”
ไคลน์: “มันจะรอให้ผมอ่านเล่มนี้จบก่อนก็ไม่ได้รึไงนะ”
ซีอีโอ: “ว่าไงนะ”
ไคลน์: “ผมว่า เราน่าจะจัดการมันซะตั้งแต่ในป่านั่นแล้ว”
ซีอีโอ: “มันกำลังมาที่นี่ ฉันรู้ เราต้องรีบไปก่อนแล้วล่ะ”
ไคลน์: “ผมขอค้านครับท่าน ถ้าเราจะต้องสู้กับมัน น่าจะจัดการกับมันที่นี่ เรารู้พื้นที่ดีกว่า”
ซีอีโอ: “แกมันโง่”
ไคลน์: “อะไรนะครับ”
ซีอีโอ: “แกมันก็โง่เหมือนคนอื่นๆ โง่เกินกว่าที่จะทำตามคำสั่งง่ายๆ แกจะทำงานฉันพังหมด ต้องการเงินอีกใช่มั้ย นี่ไง เอาไปซะ รับเงินแล้วก็ทำงานของแกไป”

ไคลน์รับเงินมา แล้วก็วางทิ้งไว้กับหนังสือ

ที่ลานจอดรถ ซีอีโอกำลังหอบเอกสารขึ้นรถ มาเวอริคมาส่องอยู่แล้ว
“ฉันยิงมันได้เลยนะ ถึงรถลิมูซีนนั่นอาจจะกันกระสุนก็เถอะ”

ส่วนวูฟเวอรีนซิ่งมอเตอร์ไซค์อยู่บนถนน รีบห้ามไว้ก่อน
“อย่าเพิ่ง ทำตามวิธีฉัน”

“วิธีบ้าระห่ำอีกล่ะสิ”


พี่แกขับมอเตอร์ไซค์พุ่งเสยเข้าให้

รถพังยับ ตัวเองก็เจ็บ (ซาดิสต์จริงๆ)
ไคลน์สั่งลูกน้องให้พาซีอีโอหลบไป ตัวเองก็มาซัดกับเฮียวูฟ

สู้กันตั้งแต่ฟรีเวย์ ตกลงมาบนรถไฟ แล้วก็ร่วงลงมาข้างล่าง

รถนักเรียนผ่านมา เด็กมองกันทั้งรถ

ทั้งสองหยุดสู้กันชั่วคราว มองหน้ากัน เก็บกรงเล็บ

ไคลน์: “ตรงไหนดี”
โลแกน: “ตรงโน้นละกัน ไปให้พ้นถนน”

เดินกันไปก็คุยกันไปกระหนุงกระหนิง
ไคลน์: “เราเคยเจอกันมาก่อนแล้ว แกรู้มั้ย”
โลแกน: “เรอะ?”
ไคลน์: “ที่อัฟกานิสถาน ตอนนั้นฉันอยู่กองกำลังพิเศษทำงานให้ซีไอเอ ฉันเห็นแกคนเดียวจัดการทหารได้ทั้งกอง”
โลแกน: “แล้วคิดไงล่ะ ‘ฉันจะต้องทำให้ได้อย่างเค้ามั่ง’ งั้นสิ”
ไคลน์: “เปล่า ฉันว่าฉันต้องเจ๋งกว่า”

ไคลน์พูดจบก็ตีศอกเข้าเต็มหน้าวูฟเวอรีน ผัวะ!

ทางด้านอีกคนที่พาซีอีโอหลบไป
ซีอีโอก็ห่วงแต่หน้าเป็นแผล มาเวอริคก็โผล่มา

นักรบหนุ่มรีบเอาตัวบังซีอีโอพร้อมกางกรงเล็บพร้อมลุย

มาเวอริคเตือนว่า “อย่าดีกว่าไอ้น้อง นายจะตัวพรุนซะก่อนที่จะได้เอาเล็บนั่นมาสู้กับชั้น”

“นายคิดงั้นรึ”

“ช่าย…

โอ๊ะ..”

มาเวอริคพูดไม่ทันจบ โดนเล็บพุ่งเสียบเข้าเต็มอกซะแล้ว
มันยิงกรงเล็บออกจากมือได้ด้วย!
“นี่มันเกินคาดแฮะ” แล้วพระรองของเราก็ร่วงลงไปกองเพราะเข็มขัดสั้นแท้ๆ (คาดไม่ถึง)

ทางด้านวูฟเวอรีนก็ซัดกับไคลน์อย่างดุเดือดเลือดพล่านเต็มสองหน้าคู่สะใจคนอ่าน ทรมานคนวาดและลงสี

พอพักเหนื่อยก็คุยกัน (สองคนนี้มันช่างคุยจริง)

ไคลน์: “แกเคยอ่านหนังสือของฟอล์คเนอร์มั่งมั้ย”
โลแกน: “ก็นิดหน่อย”
ไคลน์: “เคยอ่าน Go down, Moses รึเปล่า” (เล่มที่มันอ่านค้างอยู่นั่นเอง)
โลแกน: “เล่มที่มีเรื่อง The Bear ด้วยใช่มั้ย”
ไคลน์: “นั่นแหละ”
โลแกน: “ฉันเคยอ่าน The Bear  เรื่องเค้าดีเลยล่ะ”
ไคลน์: “เล่าตอนจบให้ฟังหน่อยสิ”

โลแกน: “พวกมันฆ่าหมีนั่น ไอ้หมีแก่เบน บูน ฮอกกาเบ็คโดนขึ้นหลังแล้วก็แทงมันจนตาย แต่ในที่สุดตอนจบมันก็ต้องชดใช้ กลายเป็นบ้าไป” (ซวยเลย โดนสปอยล์นิยายผ่านการ์ตูน)
ไคลน์: “เป็นเรื่องที่ต้องอ่านจริงๆ ด้วยสิ”

แล้วทั้งคู่ก็โดดเข้าใส่กัน

วูฟเวอรีนเสียบไคลน์เข้าเต็มรัก


แล้วตัวเองก็ร่วงตามไปด้วย

มีเสียงพูดดังขึ้น

“ใครปลุกไอ้เปรตนี่ขึ้นมาทีซิ…”

พวกหน่วยแฮมเมอร์นั่นเอง
“…แล้วบอกมันด้วยว่า มันโดนจับแล้ว”

เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป
โปรดอย่ารอคอย แต่จงติดตามด้วยความระทึกในดวงหทัยพลัน

เรียบเรียงโดย:

7 thoughts on “Wolverine: The Adamantium Men Part 4 (of 5)

  1. KevinKung

    ฮา ตรงที่ ยังอุตส่าห์คิดได้ว่า ไม่ควรแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวให้เด็กดู -*-

  2. Marinman

    จากการ์ตูนเล่มนี้สอนให้เหล่าฮีโร่รู้ว่า ก่อนจะต่อยปากกัน กรุณาหาที่มิดชิดและห่างไกลจากเด็กและคนชราก่อนที่จะซัดปากกัน มิฉะนั้น เด็กและคนชราอาจเอาเป็นเยี่ยงอย่างได้ ดูป๋าวูฟ เปงตัวอย่าง

  3. comic66fan

    ดิสนี สะกิดไหล่และบอกว่า’ถ้าแกไม่อยากโดนหักเงินเดิอนคงรู้นะต้องทำยังไง’

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *