Superman #32 : Men of Tomorrow : Part 1

DC Comic : Superman # 32 : Men of Tomorrow : Part 1 : “Ulysses”

เรื่อง : Geoff Johns
ภาพ : John Romita Jr.
วางจำหน่าย : 25 มิถุนายน 2014
สำนักพิมพ์ : DC Comics

เรื่องราวบทใหม่ของบุรุษเหล็กได้เปิดฉากขึ้นแล้ว

ด้วยฝีมือการเขียนเรื่องของ Geoff Johns ที่ฝากผลงานทำให้ซีรีย์ Green Lantern และ Aquaman ขึ้นมาสู่แถวหน้าอีกครั้งอย่างสมภาคภูมิ ครั้งนี้เขาจะทำให้ฮีโร่อันดับ 1 ผู้นี้ขึ้นมาผงาดอีกครั้งได้หรือไม่?


เรื่องราวนี้เริ่มขึ้นเมื่อ 25 ปีที่แล้ว
ที่สถาบันวิจัยค้นคว้า Ulysses

“เหล่าผู้มีสติปัญญายอดเยี่ยมที่สุดจากทั่วโลกต่างละทิ้งหน้าที่ในทางการทหารของตนแล้วมาที่นี่ เพราะเราต่างก็มีความฝันร่วมกัน”
“เรารู้ดีว่ามันจะต้องมีความเสี่ยง”
“แต่ผมก็ไม่คิดว่ามันจะผิดพลาดได้ร้ายแรงถึงเพียงนี้”

ภายในสถาบันวิจัย สัญญาณเตือนภัยดังไม่หยุด พร้อมกับที่เหล่าผู้คนภายในต่างวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น

[มิติที่สองถูกรุกล้ำแล้ว]
[นี่ไม่ใช่การซ้อมหลบภัย ขอย้ำอีกครั้ง:นี่ไม่ใช่การซ้อมหลบภัย]

ในบรรดานั้นมีสามีภรรยานักวิจัยคู่หนึ่งอยู่ด้วย

Peter : ผมเสียใจจริงๆที่นำพวกเรามาที่นี่นะบริเจ็ต

Bridget : ฉันก็เหมือนกันนั่นแหละปีเตอร์

แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันได้ออกไป ประตูก็ปิดลง?!

[ปิดห้องแล็ป]

Bridget : พวกเขาขังเราเอาไว้แล้ว

Peter : ก็เพราะว่าผู้อำนวยการไม่เชื่อว่าสสารประหลาดจากมิติที่สองจะสามารถถูกหยุดยั้งได้น่ะสิ

Peter : มันดูดกลืนปีกตะวันออกไปแล้วด้วย

[ระเบียบการระบุให้ปิดกั้นและกักกันทั้งสถาบัน]
[โปรดอยู่ในความสงบและรอฟังคำแนะนำ]

Bridget : ระเบียบการไม่ได้แค่ปิดกั้นและกักกันเท่านั้นนะปีเตอร์! พวกนั้นจะสั่งให้ห้องแล็ปนี้ทำลายตัวเอง!

Peter : สสารประหลาดนั้นมันมีแต่จะแผ่ขยายไปเรื่อยๆนะบริเจ็ต และถ้าพวกนั้นไม่ทำการสั่งทำลายตัวเองล่ะก็ มันก็จะออกไปจากสถาบันนี้และไปยังเบื้องบน…และจากนั้นมันก็อาจกลืนกินโลกทั้งโลก พวกนั้นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำลายที่นี่ซะก่อนที่มันจะเกิดขึ้น

Peter : ฟังผมให้ดีนะบริเจ็ต เราต้องตายแน่นอนแล้ว เราไม่มีทางหนีรอดไปจากที่นี่ได้…

Peter : …แต่เรายังสามารถช่วยลูกชายของเราได้!

ที่ภายในกระเป๋าที่ Briget หิ้วอยู่ คือร่างของเด็กทารกคนหนึ่ง…

Bridget : ยังไงคะ?

Peter : มิติที่สี่ไงล่ะ

Bridget : มิติที่สี่?

Bridget : คุณคงไม่คิดจะทำแบบนี้จริงๆหรอกนะปีเตอร์ เราแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมิติที่สี่เลยนะ

Peter : เรารู้ว่าที่นั่นมีสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาอยู่

Peter : เราได้เคยเปิดประตูมิติเพื่อส่องดูมัน

Peter : และภาพที่ออกมาก็แสดงให้เห็นโลกที่ไม่แตกต่างจากของเรานัก

Bridget : อากาศที่นั่นมันเต็มไปตัวพลังงานที่ระบุไม่ได้นะคะ

Peter : ซึ่งเราได้ตั้งสมมุติฐานว่ามันจะช่วยเพิ่มพลังทางกายภาพให้กับร่างกายของมนุษย์ได้

Bridget : แต่ต่อให้ลูกของเรารอดชีวิตไปถึงที่นั่นได้ แล้วพวกที่อยู่ที่นั่นจะทำอะไรกับเขาล่ะคะ?

Peter : พวกผู้คนที่นั่นดูจะไม่มีพฤติกรรมรุนแรงต่อกันและกัน ก็หวังว่า…พวกนั้นจะยอมรับเขา

Bridget : แล้วถ้าพวกนั้นไม่ยอมรับเขาล่ะคะ?

Peter : เขาดูเหมือนกับพวกนั้นพอแหละน่ะ

Bridget : แต่เขาไม่เหมือนกับพวกนั้นนะคะ ปีเตอร์

Bridget : เขาจะไม่มีวันเป็นเหมือนกับพวกนั้นได้

หลังจากมองดูลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย พ่อแม่ก็จำใจต้องใส่ลูกลงในแคปซูลสำรวจต่างมิติ

Peter : จริงๆแล้วนี่คือเหตุผลที่เราตกลงที่จะก่อตั้งสถาบันวิจัยยูลิซิสนี้ขึ้นมา เพื่อค้นหาโลกที่ดีกว่าเพื่อครอบครัวของเรา และเราก็พบมันแล้วแท้ๆ

Peter : ถ้ามันมีที่เพียงพอสำหรับเราในแคปซูลนี้เพื่อให้เราไปกับนีลได้ล่ะก็เราคงไปด้วยแน่ แต่ว่า…

Bridget : หยุดเถอะค่ะปีเตอร์ ไม่ต้องพยายามเกลี้ยกล่อมฉันอีกแล้ว แล้วก็ไม่ต้องพูดอะไรอีก…

Bridget : …นอกจากคำบอกลาต่อลูกของเรา

เพียงชั่วพริบตาที่แคปซูลผ่านเข้าประตูมิติไป สสารจากมิติที่สองก็เข้ามาถึงห้องวิจัยนั้น กลืนกินทุกสิ่งภายใน จนกระทั่งทุกอย่างถล่มลงมาทับมัน…หยุดยั้งมันไม่ให้ไปที่ไหนได้อีก…

เหลือไว้เพียงเด็กทารกผู้หนึ่ง…ผู้ที่ชะตากรรมของเขาจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล…

ตัดมาที่ปัจจุบัน
ที่นคร Metropolis

Superman (Clark Kent) กำลังซัดกับ Titano วานรหุ่นยนต์ตัวมหึมาอยู่

ไม่ห่างออกไปนัก Jimmy Olsen กำลังแอบถ่ายรูปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่

แต่น่าเสียดาย ภาพที่ออกมามันกลับเบลอไปหมด เพราะ Superman เคลื่อนไหวเร็วเกินจนกล้องจับภาพชัดๆไม่ได้ แต่อย่างน้อยบรรณาธิการ White ก็ยังให้เงินค่าภาพนิดๆหน่อยเป็นรางวัลความพยายาม

(จริงๆ Jimmy เป็นลูกคนรวย พ่อแม่เป็นนักธุรกิจพันล้าน แต่เนื่องจากพ่อแม่ของเขาขี้เหนียวมาก แถมไม่สนใจลูกชายสักนิด เขาเลยตั้งใจจะอยู่ด้วยตัวเอง แถม…ตอนนี้พ่อแม่ของเขาก็ “หายสาบสูญ” เพื่อรอให้ทนายเคลียร์คดีฉ้อโกงอยู่เสียอีก)

ตอนนั้นเองคนที่คุ้นหน้าก็เดินเข้ามา

Clark : ผมมาสายใช่ไหมครับเนี่ย?

White : เคนท์!

Clark : ไงจิม

Jimmy : คล๊าก? พนักงานเก่าอย่างคุณมาทำอะไรที่นี่เนี่ย?

White : ฉันเรียกเขามาเองแหละ

White : มาเถอะเคนท์ มาคุยกันหน่อย

White : ส่วนนายโอเซ่น เอาเช็คไปขึ้นเงินซะก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ

แต่เมื่อ Jimmy เห็นจำนวนเงินในเช็ค…

Jimmy : หวาว…งานนี้สงสัยต้องอยู่อย่างอดๆอยากๆอีกแล้ว

White : คืองี้นะเคนท์ ฉันอยู่ในธุรกิจนี้มา 35 ปีแล้ว

Clark : นั่นยอดเยี่ยมมากเลยนะครับ

White : แล้วนายรู้อะไรไหม? ฉันเคยนึกว่าพาดหัวข่าวพวกนี้คงไม่มีอะไรมาพิชิตลงได้ : “บุรุษเหล็กมาถึงเมโทรโปลิตแล้ว” “ซุปเปอร์แมนสิ้นชีพ” “ซุปเปอร์แมนกลับมาอีกครั้ง”

White : ทั้งเรื่องพวกคนที่บินได้, การรุกรานจากต่างดาว, ซุปเปอร์แมนฟื้นขึ้นจากความตาย! ฉันเชื่อจริงๆนะว่าเห็นมาหมดทุกอย่างแล้ว แต่มาตอนนี้…

White : …นี่มันก็เกิดขึ้น “เล็กซ์ ลูเธอร์กอบกู้โลกเอาไว้ได้!” ฉันต้องการความช่วยเหลือจากนายนะเคนท์

Clark : เพื่อทำอะไรล่ะครับ

(ใน Event Forever Evil กลุ่มเหล่าร้ายที่ Lex Luthor รวบรวมมาได้พิชิตกลุ่ม Crime Syndicate วายร้ายจาก Earth-3 ลงได้ และตอนนี้เขาก็กำลังมีบทบาทสำคัญในซีรีย์ Justice League ด้วย)

White : คนร้ายกลายเป็นคนดี คนดีกลายเป็นคนร้าย อะไรๆมันกลับตาลปัตรไปหมด

Clark : ผมไม่เถียงคุณเรื่องนั้นแน่

White : และถึงแม้นั่นมันจะไม่ดีต่อโลกเท่าไหร่ แต่มันดีต่อสื่อมวลชนมาก

White : วงการข่าวสารกำลังคึกคักเป็นครั้งแรกตั้งแต่ซุปเปอร์แมนมาถึงเมโทรโปลิสเลย และนั่นก็คือเหตุผลที่ฉันอยากเจอนาย

Clark : ทำไมหรือครับ?

White : เดลี่แพลเน็ตต้องการนายกลับมา เคนท์

Clark : กลับมาหรือครับ? ดูจากเหตุการณ์เมื่อตอนที่ผมออกจากที่นี่ไป ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าคุณเอดจ์จะอนุญาติเรื่องนั้นด้วยซ้ำ…

White : มอร์แกน เอดจ์อาจจะเป็นเจ้าของบริษัทนี้ก็จริง แต่ฉันก็ยังคงเป็นบรรณาธิการใหญ่อยู่ และตามที่สัญญาจ้างของฉันระบุไว้ ฉันสามารถจ้างงานใครก็ได้ที่ฉันต้องการ…และฉันก็ต้องการนาย

Clark : คุณยังมีนักข่าวเก่งๆอีกตั้งหลายคนนะครับ ทั้งรอน โทรป, สตีฟ ลอมบาร์ด, โลอิส…

White : และฉันก็จ้างเพิ่มขึ้นอีกด้วย อย่างเพื่อนของโลอิส คนที่เก่งเรื่องข่าวการเมือง แจ็กกี้ วินเธอร์

Clark : ผมดีใจที่คุณเสนอจะจ้างผมนะครับคุณไวท์ ขอบคุณมากเลย แต่ผมยังไม่แน่ใจว่านั่นเป็นเรื่องที่เหมาะกับตัวผมตอนนี้หรือเปล่าน่ะครับ

White : ฟังฉันนะพ่อหนุ่ม นายเป็นคนหัวดี แถมยังหน้าตาดีแล้วก็เข้ากับคนเก่งด้วย ถึงแม้จะค่อนข้างเก็บเนื้อเก็บตัวไปหน่อยก็ตาม

White : ทำไมนายถึงได้พยายามแยกตัวออกห่างจากคนอื่นๆล่ะ?

Clark : ผมไม่เข้าใจว่าคุณหมายความถึงอะไรนะครับ

White : ฉันเฝ้าดูนายมาหลายปีแล้ว ในตอนที่คนอื่นๆออกไปดื่มกัน นายก็ขอกลับบ้านคนเดียว

White : นายมีโอกาสเป็นแฟนกับโลอิสตั้งหลายต่อหลายครั้ง แต่นายกลับเลือกที่จะไม่ทำ แล้วปล่อยให้คนอย่างโจนาธาน คาร์โลเข้าไปเสียบแทน

White : และถ้านายถามฉันล่ะก็ ส่วนหนึ่งของเหตุผลที่นายออกจากสำนักพิมพ์ไปก็เพราะต้องการจะเว้นระยะห่างจากพวกเรา แต่ทุกคนต่างก็ต้องการใครสักคนที่จะพูดคุยด้วยทั้งนั้นล่ะเคนท์ ฉันก็ไม่ได้บอกว่าฉันคือคนๆนั้นของนายหรอกนะ…เพราะฉันไม่ใช่…แต่นายต้องไปตามหาคนที่จะเป็นคนๆนั้นให้นายได้

White : มันก็คงไม่ยากเย็นขนาดไหนใช่ไหมล่ะ?

คืนนั้นClark นั่งดูรูปสมัยเขายังเด็กอยู่บ้านคนเดียว
(ในจักรวาล New52 ทั้ง Jonathan และ Matha Kent ต่างก็เสียชีวิตไปแล้ว)

ทันใดนั้นหูของเขาก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ

แล้วเขาก็เปลี่ยนเป็นชุดทำงานแล้วออกไปทันที!

ที่ภายในเมือง มียานบินขนาดใหญ่กำลังโจมตีเมืองอยู่

เพียงไม่ถึงอึดใจ Superman ก็มาถึง

Superman : ก่อนอื่นเลย…

Superman : …มาดูกันหน่อยซิว่าใครอยู่ข้างในนั้น

เขาใช้พลังมหาศาลของเขาฉีกเปิดผนังยานออกแล้วเข้าไปข้างใน

Superman : ทีนี้ก็อยู่ที่ว่าแกจะเอายานนี่ลงจอดเอง…หรือจะให้ฉันเอาลงให้

แต่ตอนนั้นเองก็มีอะไรบางอย่างพุ่งชน Superman จนเขาตกลงมาชนกับรถบรรทุกที่เบื้องล่าง

โดยที่เขาไม่รู้ ใครบางคนกำลังเฝ้าดูการต่อสู้ของเขาอยู่

??? : สู้เข้าสิซุปเปอร์แมน…

??? : …คล๊าก…เจ้าจะลุกขึ้นเสมอไม่ว่าจะถูกซัดล้มไปกี่ครั้ง

??? : …ข้าสอนเจ้ามาแบบนั้น…

Superman : โอเค มาลองกันอีกสักตั้ง

ที่เบื้องหน้าของเขาคือสิ่งที่พุ่งชนเขาจนตกลงมาเมื่อครู่นี้ สิ่งมีชีวิตประหลาดร่างใหญ่ที่สวมเกราะตัวหนึ่ง

??? : dg’kx’ek!!?

Superman : ไม่แน่ใจว่าแกพูดอะไรหรอกนะ แต่แกแสดงเจตนาออกมาชัดเจนอยู่แล้วนี่

Superman : ทีนี้ตาฉันบ้างล่ะ

ว่าแล้ว Superman ก็ยิง Heat Vision ใส่เจ้าตัวประหลาด

แต่ตอนนั้นเองก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้น?!

จู่ๆ Heat Vision ของเขาก็แรงขึ้นอย่างมหาศาลจนทำให้เขาเจ็บตาเลยทีเดียว?!

Superman : อะไร…นี่แกทำอะไร…?

เจ้าตัวประหลาดไม่ตอบ และใช้โล่ห์ในมือของมันฟันใส่ Superman จนทำให้เขาได้แผล?!

มันตามไปซ้ำ Superman อย่างหนัก แต่ตอนนั้นเองก็มีแสงสว่างวาบขึ้น?!

ชายหนุ่มผมทองคนหนึ่งโผล่ออกมาจากแสงสว่าง พร้อมกับเข้าชาร์จเจ้าตัวประหลาดอย่างรุนแรงจนมันปลิวกระเด็นไป!

และนั่นก็ทำให้ Superman ได้โอกาสลุกขึ้น และทั้งสองก็วิ่งเข้าใส่มันพร้อมกัน!

ชายทั้งสองซัดใส่เจ้าตัวประหลาดคนละหมัด! แสงสว่างวาบกระจายไปทั่ว!!

เมื่อแสงจางลง เจ้าตัวประหลาดก็ลงไปกองแล้ว

Superman : ขอบคุณที่ช่วยนะ…ไม่ว่าหมอนี่จะเป็นใคร มันก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ลุกขึ้นมาอีกแล้วล่ะ

Superman : คุณรู้จักเขาหรือเปล่า?

Superman : …ฮัลโหล? คุณเข้าใจที่ผมพูดไหม?

Ulysses : คุณ…คุณพูดภาษาอังกฤษรึ?

Superman : ใช่ คุณอยู่ในเมืองเมโทรโปลิส ประเทศอเมริกา

Ulysses : อเมริการึ? ไม่น่ะ

Ulysses : นี่มันเป็นไปไม่ได้

Ulysses : คเลริคมันบอกว่ามันจะหาบ้านเกิดของผมให้พบแล้วทำลายซะ ผมคิดว่ามันพินาศไปแล้ว และเข้าใจว่ามันเป็นแค่คำขู่ไร้สาระ แต่…มันไม่ได้พินาศไป…

Ulysses : …โลกยังคงอยู่

Superman : คุณเป็นใครกันแน่?

Ulysses : คนอื่นเรียกผมว่ายูลิซิส ผมนึกว่าผมเป็นชาวโลกคนสุดท้าย แต่ว่า…

Ulysses : …ผมไม่ได้อยู่เดียวดายอีกต่อไปแล้ว

โปรดติดตามตอนต่อไป : The New Superman!!

10 thoughts on “Superman #32 : Men of Tomorrow : Part 1

  1. Tatoo

    Geoff Johns + John Romita Jr. สุดยอดดด
    หัวนี้สนุกเเละน่าติดตามขึ้นเยอะเลย ชอบงานภาพของเเกมานานเเล้ว ดีใจที่มาวาดให้ DC

  2. jame

    ซุปเปอร์กระสอบทรายจะกลับมามาดังอีกครั้งไหม

  3. lsriiK

    ในที่สุดเฮียซุปจะได้กลับมายิ่งใหญ่สุกทั หลังจากเป็นกระสอบทรายมานาน

  4. Subway

    หัวซุปกลับมาสนุกซะที
    สงสัยว่าตกลงUlysses นี่คือมนุษย์โลกใช่ไหม? แล้วไหงกลับมาโลกแล้วถึงยังมีพลังอยู่

  5. doc holliday

    ตอนแรกนึกว่าจะได้เห็น Sup-Prime ซะแล้ว
    แต่ Ulysses นี่ก็น่าสนใจดี

  6. SINESTRO

    สงสัยเฮียจ้อฟจะทำให้มี ซุป 7 คน เหมือน 7 คอร์ป และ 7 ทะเล มั้ยละเนี่ย

  7. GodZee

    ผมว่า ยังไง ซุป ก็ต้องเป็นกระสอบทรายก่อนโชว์เทพ ครับ

  8. St.Valentinus

    Ulysses ผมเห็นตอนแรกนึกว่า Sentry เปลี่ยนชุด 555

  9. Sstrongest

    ชายหนุ่มผมทองออกมาจากแสงสว่าง เขาคือ Sentry เอ๊ยไม่ใช่ เขาคือ Ulysses

Leave a Reply

Your email address will not be published.