Superior Spider-Man 22 : Darkest Hour Part 1

Marvel Comic : Superior Spider-man 22 : Darkest Hour Part 1 : การพบกันใหม่ที่แสนเลวร้าย
เรื่อง : Dan Slott
ภาพ : Humberto Ramos
วางจำหน่าย: 27 พฤศจิกายน 2013
สำนักพิมพ์ : Marvel Comics

จากการที่ได้รับการติดต่อจากคนรักเก่าทำให้ Flash Thompson กลับมาที่ New York อีกครั้ง แต่มันกำลังจะทำให้เขาต้องไปเผชิญหน้ากับ Spider-man ที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน!

และสถานการณ์ก็ยิ่งแย่ลงไปอีกเมื่อ Spidey คนนี้เพิ่งจะมีประสบการณ์แย่ๆจากการปะทะกับ Symbiote อีกตัวมาหมาดๆอีกต่างหาก!


.
.
.
เปิดฉากมาที่ท่าเทียบรถไฟด้านตะวันตกของเกาะ Manhattan
มีกลุ่มคนสวมหน้ากากกลุ่มหนึ่งกำลังขนลังบรรจุระเบิดลงมาจากโบกี้รถไฟ

“ไม่ผิดแน่ เจ้าพวกนั้นมันแต่งตัวเหมือนลิ่วล้อของไคร์มมาสเตอร์ และเจ้านั่นมันก็เชี่ยวชาญเรื่องการค้าอาวุธด้วย”
“ซึ่งนั่นไม่ใช่ข่าวดีสำหรับเบ็ตตี้เลย เมื่อคิดว่าไคร์มมาสเตอร์คนล่าสุดก็คือพี่ชายของเธอเอง…และเราก็คิดว่าเธอฆ่าเขาไปแล้วด้วย”
“แต่ถ้าเบนเน็ทรอดชีวิตมาได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม…ถ้าหากว่าเขากลับมาอีกล่ะก็…
“…เบ็ตตี้ แบรนท์ก็มีปัญหาใหญ่แน่แล้ว”

ขณะที่ Betty Brant นักข่าวสาวกำลังแอบเฝ้ามองดูพวกเหล่าร้ายกำลังขนของอยู่นั้นก็มีเงาดำกระโจนลงมาข้างหลังเธอ!

ผู้ที่มาก็คือ Venom (Eugene “Flash” Thompson) อดีตแฟนเก่าของเธอซึ่งเคยมีเรื่องกับ Crime Master มาก่อนเช่นเดียวกัน

Venom : ไม่เป็นไรหรอก นี่ผมเอง…แฟลช ทอมป์สันเป็นผู้ที่ควบคุมอยู่ ถ้าซิมไบโอตมันเป็นฝ่ายควบคุมล่ะก็ผมคงมีเขี้ยวเต็มปากแล้วก็กล้ามเนื้อปูดโปนไปทั่วตัวไปแล้ว

Betty : ฉันรู้น่า คุณคิดว่าฉันติดต่อไปหาคุณเพราะฉันอยากจะเจอกับแฟนเก่าที่เลิกกันไปแล้วอีกหรือไง?

Betty : ฉันแค่คิดว่านี่มันน่าจะเป็นงานที่เหมาะกับ “เอเจนท์เวน่อม” หรืออะไรก็ตามที่คุณใช้เรียกตัวเองในตอนนี้เมื่อคุณ…อยู่ในชุดนั่น

Betty : ฉันกำลังค้นคว้าเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงขององค์กรอาชญากรรมในเมืองนี้ และเรื่องนึงมันก็นำฉันมาหาพวกนั้น

Venom : ลูกน้องของไคร์มมาสเตอร์ และหมอนั่นก็…

Betty : ควรจะตายไปแล้ว

Venom : ผมกะจะพูดว่าว่าหมอนั่นรู้ว่าผมเป็นใคร และหมอนั่นก็ไม่ลังเลที่จะเล่นงานพวกคนที่ใกล้ชิดกับผม

Betty : นั่นก็เป็นเรื่องที่เราต่างก็รู้กันดีอยู่แล้วเหมือนกัน

Venom : เบ็ตตี้ ผมขอโทษสำหรับ…ทุกๆอย่าง ผมรู้ว่าผมไม่มีสิทธิ์ที่จะขอให้คุณช่วย แต่ผมอยากให้คุณทำเรื่องนี้ให้กับผมที

Venom : ช่วยพาแม่ของผมไปที่ไหนสักแห่งที รวมทั้งตัวคุณด้วย ไปหาที่หลบภัย และอย่าได้บอกใคร แม้แต่ผมก็ตาม ผมจะโทรไปหาเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

Betty : ฉันสัญญาว่าจะดูแลแม่คุณให้ แต่แฟลช…คุณจะทำอะไรล่ะ?

Venom : ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยน่ะสิ

Venom : ผมสามารถปลอมตัวเป็นหนึ่งในพวกมันแล้วให้พวกมันนำผมไปหาไคร์มมาสเตอร์

Betty : ถึงพวกนั้นจะเป็นพวกลูกน้องใช้แรงงาน แต่พวกนั้นก็ไม่โง่นะ พวกนั้นต้องรู้แน่ว่ามีคนเพิ่มขึ้นมาน่ะ

Venom : จะไม่มีคนเกินไปแน่นอน

Betty : ฉันผิดเองล่ะนะที่ถามออกไปน่ะ

Venom : เบ็ตตี้…

Betty : ไม่ต้องเลย ฉันไม่อยากรู้อะไรเกี่ยวกับส่วนนี้ของชีวิตคุณเลยสักนิดเดียว แค่…ไม่ต้องห่วงเราหรอก แล้วก็ระวังตัวด้วย

“เจ๋งซะไม่มีล่ะ ฉันไม่นึกว่าเธอจะเกลียดฉันมากไปกว่าที่เป็นอยู่ไปได้แล้วเลยนะเนี่ย”

เมื่อ Betty แยกไปแล้ว Venom ก็ไปหลบซุ่มดูพวกลิ่วล้ออยู่ รอจนกระทั่งมีคนเหลืออยู่รั้งท้ายอยู่คนเดียว แล้วก็ลงมือ…

“แต่นี่มันเป็นเรื่องหนึ่งที่ฉันไม่คิดจะขอโทษแน่นอน ถ้ามีใครมาทำร้ายผู้คนที่ฉันรัก พวกมันก็เท่ากับประกาศสงครามมาแล้ว”
“และสงครามก็คือสิ่งที่ฉันทำได้ดีที่สุดเลยเชียวละ”

ในขณะเดียวกันนั้น
Peter Parker (Otto Octavius) ก็กำลังอยู่ในพิธีเปิดบริษัทใหม่ของเขาเอง “Parker Industries”

(ก่อนหน้านี้เคยทำงานอยู่กับ Horizon Lab แต่หลังจากที่ Horizon Lab ปิดตัวลง (ตานี่มีส่วนรับผิดชอบด้วยนิดหน่อย) ก็ตัดสินใจมาเปิดบริษัทของตัวเองแทน)

ในบรรดาผู้ที่มาร่วมในพิธีเปิดนั้น มี May Parker และสามีใหม่ของเธอ Jay Jameson (พ่อของ Jonah J.Jameson คู่ปรับของ Spider-man)

ซึ่ง “Peter” ก็ยินดีที่จะบอกป้า May ว่าอีกไม่นานเธอจะไม่ต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดินอีก เพราะตอนนี้พวกเขากำลังพัฒนาวิทยาการอวัยวะเทียม และด้วยความช่วยเหลือจากที่ปรึกษาประจำบริษัทผู้เชี่ยวชาญอย่าง Dr.Whirtham พวกเขาก็แน่ใจว่าความสำเร็จจะมาถึงในไม่ช้าแน่นอน

ตัดไปที่อพาร์ทเมนท์ของ Carlie Cooper อดีตแฟนเก่าของ Peter Parker (ตัวจริง) ใน Brooklyn

Detective Yuri Watanabe ที่กำลังร่วมกับ Carlie สืบสวนตัวจริงของ S.Spiderman จนกระทั่งล่วงรู้ว่าคนที่ใช้ร่างนั้นอยู่คือ Otto Octavius นั้นกำลังเป็นกังวลเมื่อคู่หูของเธอหายตัวไป

“นี่มันไม่ดีแน่ๆแล้ว”
“ประตูห้องถูกงัด คาร์ลี่ไม่ตอบกลับทั้งโทรศัพท์, ข้อความ และอีเมล์เลยด้วย”
“อพาร์ทเมนท์โดนรื้อค้นจนเละเทะเลย แต่พวกมันกลับไม่แตะต้องเครื่องเพชร, บัตรเครดิตหรือแม้แต่เงินสดของเธอเลย”
“…แต่พวกมันกวาดเอาแฟ้มข้อมูล, สมุดโน๊ต แล้วก็ฮาร์ดไดร์ฟของคอมพิวเตอร์ของเธอไปเกลี้ยง”
“หลักฐานทุกอย่างที่เธอรวบรวมมาเพื่อพิสูจน์ความเชื่อมโยงระหว่างดร.อ็อกโตปุสกับสไปเดอร์แมน”
“เราดูถูกเจ้าแมงมุมนั่นเกินไป หมอนั่นดูจะรู้ตัวว่าเรากำลังตามรอยเขาอยู่ และมันก็ไม่น่าแปลกใจเลย…”
“…เพราะหมอนั่นมีหูตาอยู่ทุกที่เลย แต่ฉันก็มีไพ่เด็ดซ่อนอยู่เหมือนกัน เพราะถ้ามีอะไรที่นักสืบยูริ วาตานาเบะไม่สามารถค้นเจอได้ เดอะเรธจะต้องทำได้แน่”

(Yuri Watanabe มีอีกตัวตนหนึ่งคือ The Wraith ซึ่งเป็นฮีโร่นอกกฎหมายด้วย)

“เจ้าสไปเดอร์แมนควรจะภาวนาว่าคาร์ลี่ยังปลอดภัยอยู่ไว้ เพราะตอนนี้เมื่อฉันรู้ว่าเขาเป็นอาชญากรแบบนี้แล้ว ฉันก็จะจับเขาให้ได้แน่…”
“…ไม่ว่าจะเป็นหรือตายก็ตาม”

(จริงๆแล้ว S.Spidey ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะคนที่จับ Carlie ไปคือลูกน้องของ Green Goblin ต่างหาก)

ตัดกลับมาที่ Parker Industries
Peter ส่งป้าเมย์กับ Jay กลับบ้าน และเขาก็ไปหาคนรักคนปัจจุบันของเขา Anna Maria นักวิจัยหญิงร่างเล็กที่กำลังดูแลโปรเจ็คการใช้ประโยชน์จากการเรืองแสงทางชีวภาพของปลาที่เรืองแสงได้

ความสัมพันธ์ของพวกเขาไปได้ด้วยดีและ Peter ก็กำลังคิดที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ของพวกเขาขึ้นไปอีกขั้นโดยชวนเธอไปพบกับ “ญาติผู้ใหญ่ของเขา” (ก็ป้า May กับ Jay นั่นแหละนะ)

ตัดไปที่ Spider-Island ฐานลับของ S.Spiderman
พวก Spider Patrol ตรวจตราข้อมูลที่ Spider-bot นับพันที่อยู่ทั่วเมืองส่งมาให้ และตอนนั้นเองพวกเขาก็ตรวจพบการปฏิบัติการของ Venom เข้า!

และพวกเขาก็ติดต่อไปหา S.Spidey ทันที

S.Spider-man : เพื่อตัวของพวกแกเอง ฉันหวังว่านี่จะเป็นเรื่องสำคัญนะ พวกแกช่างเลือกเวลาได้ไม่ดีเอาซะจริงๆ ฉันกำลังอยู่ระหว่าง…ช่างมันเหอะ บอกมาซิว่ามันเรื่องอะไรกัน?!

S.Spider-man : เวน่อมกับไคร์มมาสเตอร์? นั่นยืนยันแน่ชัดแล้วแน่นะ? ไม่หรอก แกทำได้ดีแล้ว จงฟังคำสั่งของฉันให้ดีๆล่ะ

ครู่หนึ่งต่อมา S.Spidey ก็มาถึงท่าเรือแห่งหนึ่ง ซึ่งกองทัพ Spider-Patrol ก็มารออยู่แล้วพร้อมอาวุธหนัก

Spiderpatrol : เราเห็นคุณแล้วครับบอส

S.Spider-man : มากันจนได้นะ อย่าได้ชักช้าเชียวล่ะ เวลาเป็นเรื่องสำคัญ

Spiderpatrol : ครับผม!

S.Spider-man : แกเอาของมาด้วยหรือเปล่า?

Spiderpatrol : ตามที่คุณสั่งมาครับ

จากที่เมื่อไม่นานมานี้ S.Spidey เพิ่งจะเจองานหนักจากการที่ไปดูแคลน Symbiote มา (เหตุการณ์ใน Superior Carnage) ครั้งนี้ S.Spidey จึงเตรียมพร้อมมาแบบเต็มที่เพื่อไม่ให้พลาดแบบเดิมอีก!

เขาติดต่อไปให้พวกตำรวจแค่เตรียมพร้อมรอไว้เฉยๆก็พอ ซึ่งสารวัตร Pratchett ก็บอกว่าถ้าทางนายกเทศมนตรีโอเคกับ S.Spidey ด้วยก็ไม่มีปัญหา

ตัดไปที่สำนักงานของนายกเทศมนตรี Jonah J. Jameson

Jameson : ได้แน่นอน สไปเดอร์แมนได้รับอนุญาติเต็มที่จากฉันแน่นอน! ทำไมจะไม่ล่ะ? ทีนี้ก็ทำตามเขาบอกซะ!

ว่าแล้วทั่นนายกฯก็วางหูโทรศัพท์ลงอย่างเครียดจัด

Jameson : บ้าเอ๊ย! คุณแกรนท์ ผมต้องการอัพเดทสถานการณ์ของเรื่องนี้อย่างไกล้ชิดเลยนะ

Grant : ฉันจะจัดการให้ค่ะท่านนายกฯ

แม้ก่อนหน้านี้ Jameson จะสนับสนุน S.Spidey มาก แต่เมื่อโดนเอาเรื่องที่เขามีส่วนร่วมในการฆ่า Spider-Slayer ศัตรูที่ฆ่าภรรยาของเขามาข่มขู่ ทางด้าน Jameson ก็ใกล้ถึงจุดระเบิดเข้าไปทุกที…

“แต่มันเป็นเรื่องของการรักษาภาพลักษณ์ไว้ใช่ไหมล่ะ? ฉันไม่สามารถพูดอะไรได้เลย”
“กำลังมีการยิงกันยกใหญ่ในเมืองของฉัน และฉันก็ทำได้แค่เป็นคนดูเท่านั้น”
“ฉันทนรับกับการ…แบล็คเมล์โดยเจ้านักไต่กำแพงตัวร้ายนั่น ที่ฉันคิดเกี่ยวกับมันนั้นถูกต้องมาตลอดจริงๆนั่นแหละ…”
“…เพียงแค่เพราะฉันทำพลาดที่ไปเชื่อใจมัน ตอนนี้ฉันกลายเป็นตราประทับใบอนุญาติให้มัน…เป็นหุ่นเชิด…เป็นเบ๊ใช้ของมัน…เป็นตัวตลกให้มันหัวเราะเยาะ”
“ไม่ต่างอะไรกับเจ้าพวกหุ่นยนต์ตัวจิ๋วที่เจ้านั่น…”
“เดี๋ยวสิ นั่นแหละ”
“ฉันรู้แล้วว่าฉันจะต้องทำอะไร”

จากการที่ชอบดูถูกคนรอบตัวว่าฉลาดสู้เขาไม่ได้ ตอนนี้มันกำลังจะกลับมาเล่นงาน S.Spidey ในรูปแบบไหนกันนะ?

ตัดไปที่ท่าเรือ
Venom กำลังลุยอยู่กับ Crime Master และพวกลิ่วล้อ แต่ว่า…มันมีอะไรแปลกๆ…

Crime Master : จัดการมันเซ่! ทำไมเจ้านี่ถึงได้ฆ่ายากฆ่าเย็นนัก?

Venom : แกไม่ใช่ไคร์มมาสเตอร์ เจ้านั่นมันรู้ดีว่าฉันทำอะไรได้ขนาดไหน

Venom : มันยังรู้ด้วยว่าถ้าโผล่หน้ามาให้ฉันเห็นอีกล่ะก็ ฉันจะเอานรกมาโยนลงบนหัวมัน

Crime Master : อะไรนะ? คิงส์ลีย์ไม่เห็นบอกเรื่องนั้นให้ฉันฟังตอนที่ขายชื่อนี้ให้ฉันเลย ไอ้สารเลวขี้โกหกนั่น…

Venom : “ขายชื่อ”? นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน?

ตอนนั้นเอง S.Spidey และลูกสมุนก็พังกำแพงเข้ามา!

S.Spiderman : หมอบลงกับพื้นแล้วเอามือไว้บนหัวซะ นี่คือคำเตือนเดียวที่พวกแกจะได้รับ

Fake Crime Master : โอเค พอแค่นั้นแหละ ฉันไม่เอาแล้ว

Fake Crime Master : ฉันยอมแพ้แล้ว! ได้โปรดเถอะ ฉันไม่ใช่ไคร์มมาสเตอร์! ฉันซื้อหน้ากากกับชื่อนี้มาจากฮอปก็อปลิน!

Fake Crime Master : ฉันทำงานลักลอบขนยาให้กับแก็งแม็กเกีย เก็บรวบรวมเงิน แล้วใช้มันซื้อตัวตนนี้เพื่อเข้าสู่งานใหญ่กับเข้าบ้าง แต่มันไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดไว้เลย!

Fake Crime Master : นายช่วยจับฉันเข้าคุกไปทีได้ไหม? ฉันขอเข้าคุกยังจะดีซะกว่า

(Roderick Kingsley หรือ Hobgoblin คนแรกได้ทำธุรกิจขายชื่อของ Supervillian ที่ตาย/ถูกจับกุมให้กับคนที่ต้องการใช้ชื่อนั้นต่อ โดย Kingsley จะช่วยเหลือในการหาเงินทุนและฝึกสอนความรู้ความสามารถที่เหมาะสมกับชื่อ Supervillian นั้นๆให้กับลูกค้า โดยแลกกับการที่คนๆนั้นจะต้องจ่ายเงินส่วนแบ่งให้กับ Kingsley ทุกเดือน ซึ่งหากรายไหนเบี้ยว Kingley ก็จะฆ่าคนๆนั้นซะแล้วเอาชื่อนั้นไปขายให้คนอื่นต่อ)

Venom : ไม่อยากจะเชื่อเลย ลงทุนลงแรงไปทั้งหมดนั่นเพียงเพื่อเจ้าคนอยากดังที่แค่ตำรวจก็จัดการกันได้เนี่ยนะ
แล้วเขาก็เดินไปหา S.Spidey

Venom : คืองี้ ผมทำเกินเหตุไปสักหน่อย แต่อย่างน้อยงานมันก็เรียบร้อยแล้ว ขอบคุณที่ช่วยผมจัดการเจ้านั่นนะคุณอเวนเจอร์

S.Spiderman : พูดอะไรของแก? ฉันไม่ได้มาเพื่อเจ้าโง่นั่นเสียหน่อย

S.Spiderman : ฉันมาเพื่อจัดการแกต่างหาก

ว่าแล้ว S.Spidey ก็พ่นใยติดไฟใส่ Venom ทันที!

เมื่อโดนไฟที่เป็น 1 ในจุดอ่อนของ Symbiote เข้า Venom ก็ตกที่นั่งลำบากในพริบตา
!
“พระเจ้า มันเจ็บสุดๆเลย”
“ตั้งสติไว้เซ่ทอมป์สัน! จะให้ซิมไบโอตอาละวาดขึ้นมาตอนนี้ไม่ได้นะ”
“นั่นมันโง่มากๆเลย ตั้งแต่ฉันเริ่มใส่ชุดนี้ฉันก็ไม่เคยได้มีโอกาสพบกับสไปเดอร์แมนตรงๆเลย…ไม่ใช่ในตอนที่ฉันควบคุมอยู่ล่ะนะ และหน่วยอเวนเจอร์ที่ฉันอยู่ก็เป็นหน่วยลับด้วย”
“ตามที่เขาเข้าใจแล้วนั้น ฉันมันก็คือเจ้าสัตว์ประหลาดจิตหลุดคุมตัวเองไม่อยู่ที่เขาเคยสู้มาก็เท่านั้นเอง”
“เขาไม่รู้ว่าฉันเป็นคนดี ไม่ต้องพูดถึงว่าฉันคือแฟลช ทอมป์สันแฟนพันธ์แท้ของเขาเลยด้วยซ้ำ”
“ซึ่งฉันต้องแก้ปัญหาเรื่องนั้นให้เร็วๆแล้ว…เพราะถ้าฉันไม่เลิกออมมือล่ะก็ ไอ้การเป็นแฟนพันธ์แท้นี่มันจะทำให้ฉันตายเอา”

เมื่อคิดได้เช่นนั้น Venom ก็กระโจนไปถีบหน้า S.Spidey เข้าทีหนึ่งเพื่อให้เขาหยุดโจมตี

Venom : สไปดี้ ฟังผมก่อนนะ

S.Spiderman : อุ๊บ! ม-ไม่ แกต่างหากที่ต้องฟัง…

S.Spiderman : …เสียงเพลงของใยคลื่นเสียงของฉันนี่!

เมื่อโดนใยที่ส่งคลื่นความถี่สูงได้เข้าไปเต็มๆ Venom ก็หงายหลังลงไปนอน

S.Spiderman : แกคิดว่าฉันโง่หรือไง? ฉันรู้ดีน่าว่าเสียงคือจุดอ่อนของซิมไบโอตของแก และเมื่อไม่มีซิมไบโอตแกมันก็แค่…

Venom : เดี๋ยวก่อน

Venom : ใช่แล้ว นี่ผมเองนะ…แฟลชไง แต่นี่มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะ ผมเป็นฝ่ายควบคุมซิมไบโอตไว้ได้อยู่ บางทีผมควรจะบอกให้คุณรู้ก่อน แต่สิ่งสำคัญคือผมเป็นฝ่ายคนดีนะ

Venom : และคุณก็สามารถไว้ใจผมได้แน่เพราะ…แบบว่า…ก็นี่มันผมเองนี่ และคุณก็รู้จักผมดี

Venom : เอ่อ…ใช่ไหม?

S.Spiderman : โทษทีว่ะ “แฟลช” แต่แกคงจะจำฉันสับสัน…กับใครสักคนที่เขาแคร์แล้วล่ะ

จังหวะเวลามันช่างย่ำแย่สุดๆจริงๆ เพราะไม่เพียง S.Spidey จะไม่รู้จักเขาเท่านั้น แต่เขาดันซวยซ้ำซ้อนมาเจอกับตานี่ตอนที่กำลังอยากจะแก้มือเรื่องที่เคยพลาดตอนสู้กับ Carnage อีกต่างหาก! แล้วนี่เขาจะเอาตัวรอดไปจากสถานการณ์นี้ได้หรือไม่?
โปรดติดตามตอนต่อไป

แถมท้ายจากเล่มที่แล้ว
ที่ฐานทัพใต้ดินของกลุ่ม Goblin

Menace : นายท่านกอปลิน ฉันนำของขวัญมามอบให้กับท่านค่ะ…เป็นแขกพิเศษมากๆจากเบื้องบน

Green Goblin : โอ้ มันควรจะเป็นเรื่องดีนะ เอาละเมนาซ ลองทำให้ฉันแปลกใจดูซิ

Menace : ฉันเชื่อว่าท่านคงรู้จักน้องสาวที่แสนน่ารักของฉันคนนี้ดี…จนท.คาร์ลี่ คูเปอร์

Carlie : อื้ออออ

Green Goblin : ตำรวจงั้นรึ? นี่เธอเอาตำรวจลงมาที่รังลับของเราเนี่ยนะ?

Menace : โอ้ หล่อนเป็นยิ่งกว่านั้นมาก คืองี้นะคะ ฉันคอยตามข่าวคราวของเธออยู่เรื่อยๆ

Menace : และคาร์ลี่ผู้น่ารักก็กำลังทำงานใหม่อยู่ เธอกำลังเขียนหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่ง เป็นเรื่องจริงไม่อิงนิยายเสียด้วย

ว่าแล้ว Menace ก็โยนสมุดบันทึกของ Carlie ให้ Green Goblin ซึ่งเมื่อเขาเปิดพลิกอ่านดูเพียงไม่กี่หน้า เนื้อหาข้างในก็ทำให้รอยยิ้มปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเขา!

Green Goblin : โฮ่ๆๆ! นี่มันเจ๋งไปเลยนะเนี่ย!

Menace : เชื่อฉันได้เลยค่ะ มันสนุกจนวางไม่ลงเลยเชียว

Green Goblin : ชู่ว!! หยุดก่อน ไม่ต้องเล่าอะไรให้ฉันฟังเชียวล่ะ

Green Goblin : เพราะว่า เธอต้องไม่อยากโดนสปอยตอนจบแน่ๆ ฮ่าๆๆ

เจ้าตัวอันตรายที่สุดใน Series Spider-man ได้รู้ความลับของ S.Spidey แล้ว!!
สถานการณ์มันจะเปลี่ยนไปขนาดไหน โปรดติดตามได้ใน Event ใหญ่ของ Series S.Spider-man ที่มีชื่อว่า

“Goblin Nation”!!!

ปล.ผมคงไม่ได้ทำสปอย Event นี้นะครับ เพราะจริงๆแล้วมีคนทำสปอยซีรีย์ S.Spidey อยู่แล้วคือคุณ Bank Genesis ซึ่งเขาทำสปอยเรื่องนี้ลงประจำอยู่ในเว็ปของเขา แต่ครั้งนี้ผมขอมาทำสปอยเป็นกรณีพิเศษ เพราะมันเกี่ยวข้องกับ Venom ที่ผมทำสปอยมาตั้งแต่ต้นจนจบซีรีย์ ดังนั้นถ้านี่จะเป็นจุดจบของ Agent Venom จริงๆผมก็อยากจะทำจนจบเรื่องราวของเขาไปจนจบ
ติดตาม Goblin Nation ที่เว็ปของคุณ Genesis ได้ที่เว็ปของเขาครับ http://bank-genesis.blogspot.com

5 thoughts on “Superior Spider-Man 22 : Darkest Hour Part 1

  1. FreedomOne

    เจอศึกหนักเพราะด๊อกออค เก่งก็จริงแต่สร้างศัตรูไปทั่ว นี่ถ้าเอาความเก่ง+ความเป็นปีเตอร์ คงได้สไปดี้ที่เพอเฟค

  2. จุดจุดจุด

    เพราะกลัวจะเจอตอนที่เล่นกับเจ้าCarnageสินะถึงเอาที่ยิงคลื่นเสียงมาติดแถมมีไฟด้วยทำไมไม่เอาไปตอนสู้กับCarnageฟ่ะ

  3. tearfire

    สงสัยงวดนี้

    ถ้า Carlie ไม่ตาย ก็ความจำเสื่อมแหงมๆ

  4. arun8405

    น่าจะเป็น Darkness hour ของทั้งคู่ S.Spiderman คงโดนรุมยำตีน
    ส่วน Venom ดูจากสภาพแล้วแฟรชคงโดนอี S.Spiderman เอา Venom ไปแน่ๆ S.Carnage มันยังเอา Carnage ไปเก็บไว้ที่เกาะมันได้เลย Venom คงไม่ยากอะไร

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *