Earth-2 #07

Earth-2 #7 : Heaven Sent

เรื่องโดย: James Robinson

ภาพ : Nicola Scott
วางจำหน่าย : 5 ธันวาคม 2012
สำนักพิมพ์ : DC Comics
เรื่องราวภายหลังการต่อสู้กับ Grundy ที่เหมือนจะเป็นวันอันสงบสุข
แต่แท้จริงแล้ว พายุใหญ่แค่เพิ่งก่อตัวเท่านั้น

แต่ละประเทศ ทั่วทุกมุมโลก ต่างประกาศและเผยแพร่ข่าวเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องของเหล่าสามมหัศจรรย์รุ่นใหม่ The Flash , Green Lantern และ Hawkgirl หรือแม้กระทั่ง Atom เหล่านักวิทยาศาสตร์ยังคงไม่ทราบที่มาของเหตุการณ์ที่เหล่าพืชพรรณโจมตีไปทั่วโลก และยิ่งไม่รู้ว่าทำไมโลกถึงสามารถฟื้นฟูได้ด้วยตัวเอง แต่ในข่าวร้ายย่อมมีข่าวดี

“และในรายงานข่าวอื่นๆ ได้มีการแจ้งมาว่า อลัน สก๊อตต์ ผู้นำบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการสื่อสารรวมไปถึง C.E.O. ของบริษัท นั้นรอดจากเหตุการณ์ระเบิดที่ประเทศจีน”

“— และเนื่องจากการสื่อสารที่ผิดพลาดไป ทำให้เราได้รู้ว่าคุณสก๊อตต์นั้นขึ้นตกรถไฟในรอบนั้น ทำให้เขารอดมาได้อย่างน่ามหัศจรรย์ –“

“—และภายหลังจากสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงเมื่อวาน ซึ่งพวกเราต่างหวาดกลัวถึงผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้น พวกเราทุกๆคนที่ G.B.C. ขอรายงานด้วยความยินดีว่า—”

“—อลัน สก๊อตต์ นั้นสบายดีแล้วในตอนนี้”

แม้ข่าวจะประกาศออกไปเช่นนั้น แต่ความเป็นจริงก็คือ สภาพร่างกายนั้นดีตามที่ประกาศ แต่จิตใจของเขาแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆภายหลังการตายของยอดรักของเขา แซม และจากสภาห้องก็เป็นเครื่องยืนยันได้ดีว่าเขาโมโหจนบ้าแค่ไหน และเมื่อเขาเริ่มคิดได้จึงค่อยๆลุกขึ้นเดินออกจากห้อง

ผ่านห้องรับแขกที่เละเทะด้วยความโกรธเกรี้ยวของเขา และเขาได้ทิ้งแหวนพลังไว้ที่รูปถ่ายของเขากับแซม สื่อทางใจของเขาในขณะนี้ แต่เมื่อเขาเดินออกไปยังระเบียง ที่นั่นเขากลับได้พบกับแขกที่เขาคาดไม่ถึง

นั่นก็คือ Hawkgirl ที่ตามสืบตัวตนของเขาจนพบนั่นเอง

Alan : นี่เธอหาฉันเจอได้ยังไงเนี่ย ฮอร์คเกิร์ล

Hawkgirl : ก็นะฉันดันมีพรสวรรค์ในด้านนี้นี่สิ ทั้งเรื่องปริศนา, การตามหาเงื่อนงำ หรือเบาะแส, การงัดแงะ รวมไปถึงการแก้ปัญหาที่มันยุ่งยากด้วย

Hawkgirl : ว่าแต่  วิวตรงนี้สวยเป็นบ้าเลย

Alan : ฉันก็เคยคิดแบบนั้นนะ จนกระทั่งฉันได้เห็นที่มันดีกว่านี้จริงๆหลังจากที่ฉันได้พลังนี้มา…แต่ฉันว่าเธอก็คงไม่ต่างกันหรอกมั้ง

Alan : แล้วนี่เธอรู้ตัวตนของฉันได้ยังไงกันแน่

Hawkgirl : ก็จากอุบัติรถไฟระเบิดที่ประเทศจีน – หรือสำหรับนายมันคงจะเหมือน “เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้” ซึ่งนายก็รอดมาได้  แต่ยังไงก็ตามที่นั่นก็เป็นสถานที่ที่ กรีน แลนเทิร์น ได้ปรากฏตัวออกมาเป็นครั้งแรก

Hawkgirl : แล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทั้งส่วนสูงของนาย และสรีระร่างกายต่างๆด้วยเลย นี่นายคิดว่าปริศนาแค่นี้มันยากเกินกว่าฉันจะแก้ได้หรือไงกัน

Alan : ก็ได้ เธอรู้ตัวตนของฉันแล้ว เค็นดร้า –เจ้าอะตอมมันเรียกเธอว่ายังงั้นน่ะ แล้วตกลงจะเอาไงกันต่อ

Hawkgirl : เค็นดร้าเหรอ ก็ได้…

แล้ว Hawkgirl ก็ถอดหน้ากากออกมา แสดงใบหน้าที่แท้จริงของเธอให้อลันเห็น

Kendra : …ชื่อของฉันคือ Kendra Munoz Saunders และฉันเป็น…

Alan : เดี๋ยวนะ ฉันเคยได้ยินเรื่องของเธอนี่…เธอใช่นักโบราณคดีคนนั้นใช่มั้ย

Kendra : นั่นมันเป็นคำเรียกอย่างสุภาพน่ะ เพราะงั้นไม่ใช่ ฉันเป็นนักล่าสมบัติต่างหากเล่า

Alan : G.B.C. เคยถ่ายทอดเรื่องราวของคุณด้วยนี่ใช่มั้ย

Kendra : ใช่ เมื่อ 2 ปีก่อน และตอนนั้นก็ไม่มี “นักโบราณคดีคนนั้น” ซะด้วย อีกอย่าง ทั้งหมดที่ฉันทำลงไปนั่น มันเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าพวกโจรขโมยสุสานของฉัน

Kendra : ซึ่งฉันก็ไม่ได้สนใจอะไร บางทีมันอาจจะรุนแรงไปหน่อย แต่มันก็เป็นเรื่องจริงล่ะนะ…

Kendra : แล้วจากนั้นฉันก็เลยตัดสินใจที่จะทำตามคำขอของเจ้าพวกกองกำลังโลกดูซะหน่อย –และหลังจากการผจญภัยบ้าๆนั่น ในท้ายที่สุดมันก็ทำให้ฉันได้เจ้าปีกเวรนี่มาไงล่ะ

Alan : “เวร” เลยเหรอ แต่มันทำให้คุณกลายเป็นผู้วิเศษในตอนนี้ไม่ใช่เหรอ ถ้าเป็นบางคนคงจะบอกว่าคุณได้รับพรจากพรเจ้าเลยนะนั่นน่ะ

Kendra : อ๋อเหรอ ถ้างั้นลองบอกให้ไอเจ้าคนพวกนั้นลองเข้าบาร์หรือไปดูหนังพร้อมกับเจ้าปีกคู่นี้ดูสิ แล้วพวกนั้นคงจะเปลี่ยนใจแทบไม่ทันเลยล่ะ

Kendra : ซึ่งจริงๆฉันก็ยังไม่เคยลองหรอกนะ –ก็เพราะเจ้ากองกำลังโลกตามล่าฉันอยู่ตลอกเวลาเลยไงล่ะ

Alan : เอิ่ม ขอโทษทีละกันทีพูดแบบนั้นออกไป แต่ก็นะชีวิตที่ถูกกลั่นแกล้งเองก็ไม่ใช่ชีวิตที่ดีนักหรอกนะ

Kendra : ฉันเองก็ต้องขอโทษเหมือนกันแหละ เพราะจากเหตุการณ์รถไฟระเบิดมันทำให้แฟนของคุณตายไป …มันคงจะเศร้าน่าดูเลยล่ะนะ

Kendra : แล้วที่พวกของตกแต่งบ้านพวกนั้นกลายเป็นแบบนั้น…ก็เพราะเขาใช่มั้ย…ใช่ชื่อว่า แซม หรือเปล่า

Alan : ใช่ แซม ถูกต้องแล้ว ฉันเป็นคนที่สามารถควบคุมอารมณ์ของเขาได้ แต่มันก็ตามปกติแหละนะ ที่จริงฉันก็คิดว่าตัวเองจะเก็บความเศร้าโศกไว้ในใจได้ แต่เมื่อเช้าฉันกลับตื่นขึ้นมาพร้อมกับความโมโหที่เอาไปลงกับทุกๆอย่าง

Alan : นั่นเป็นเพราะ…ฉัน…คิดถึงเขามากเหลือเกิน

Kendra : และนั่นก็แสดงว่านายเองก็เป็นมนุษย์ธรรมดาเหมือนกับพวกเรานั่นแหละ

Alan : ไม่ ฉันน่ะ…เอิ่ม…เอ่อ…ก็คงงั้นละมั้ง

Kendra : ถ้างั้นก็มาร่วมทีมกับพวกเราสิกับ แฟลช และ ฉัน เพื่อรับมือกับสิ่งอื่นๆที่จะตามมา

Alan : ฉันก็บอกไปแล้วไง ว่าฉันไม่สนใจน่ะ

Alan : แล้วนี่แฟลขไปไหนของเขาล่ะ กำลังจะมาหรือไง

Kendra : หมอนั่นมีเรื่องส่วนตัวต้องไปจัดการน่ะ และเมื่อทุกๆอย่างมันโอเค เราค่อยมาพบกันใหม่น่ะ… และนั่นแหละฉันหมายถึง นาย, ฉัน กับหมอนั่น จะเป็นทีมเดียวกัน

Alan : ไม่ต้องเลย ฉันเป็นคนที่…คนที่…ทำตามที่ตัวเองต้องการนะ ฉันไม่เคยทำงานเป็น “ทีม” เลยสักครั้งเดียว

Kendra : อ้อเหรอ แต่แหวนของนายก็เคยทำให้นายผิดหวังไปทีแล้วนะ

Alan : แล้วไงล่ะ ถึงมันจะเกิดขึ้นอีกครั้งแล้วทำไมล่ะ ฉันรับมือได้น่ะ

Kendra : เปล่าเลย ที่ฉันจะบอกนายก็คือ ถ้านายไม่มีแหวนละก็นะ…ไม่ว่ามันจะมีพลังมรกตอยู่ในตัวนายหรือไม่ก็ตาม…

Kendra : …นายก็เป็นได้แค่เป้าหมายไร้ทางสู้ไงล่ะ

แล้ว Hawkgirl ก็ยิงลูกศรของเธอออกไป

มันเลยผ่านตัว Alan ไปแต่สอยแหวนและตรงเข้าเสียบยังรูปของ Sam ที่ถ่ายคู่ Alan จนตรงไปฝังที่พนังด้านตรงข้าม และนั่นทำให้ Alan อึ้งไปชั่วขณะ

แต่เมื่อเขาคิดได้มันก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธ และแหวนตอบรับกับเขา มันหักลูกศรทิ้งและตรงดิ่งไปสวมเข้าที่นิ้วของ Alan ทันที และเขาก็หันกายกลับไปเพื่อจะเอาคืนกับสิ่งที่ Hawkgirl ทำไว้ทันที แต่ Hawkgirl ก็บินหายไปแล้ว

ฐานทัพใหญ่ของกองกำลังโลก, โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

World Coucil : นี่คุณไม่มีอะไรจะแจ้งมากกว่านี้แล้วงั้นเหรอ ท่านผู้บัญชาการ คาน

World Coucil : การตัดสินใจของสภากองกำลังโลกนั้นถือเป็นที่สุด เทอร์รี่ สโลน จะยังคงอยู่ต่อไป และนอกจากนี้เราจะให้เขาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสติปัญญาและอัจฉิริยะภาพของเขา และด้วยเรื่องนี้ พวกเราจึงขอยุติการประชุมแต่เพียงเท่านี้

World Coucil : และแน่นอนว่าคุณอาจจะเลือกที่จะลาออกก็ได้นะ อามาร์ แต่ผมเองก็อยากจะให้คุณคิดให้ดีก่อน อย่าได้ด่วนตัดสินใจอะไรให้มันเร็วเกินไป

Kahn : เหมือนกับที่สั่งยิงขีปนาวุธถล่มเมืองหลวงของอเมริกานั่นน่ะเหรอครับ ถ้างั้นละก็ใช่แล้วล่ะ ท่านนายพล บาร์ธโธโลมิว ผมเลือกที่จะทิ้งหน้าที่นี้ให้คนอื่นดีกว่า

ซึ่ง Sloan เองก็อยู่รับฟังเรื่องราวทั้งหมดด้วย แต่ดูเหมือนเขายังไม่ไว้วางใจกับท่าทีของ Kahn ซะทีเดียว

Sloan : คาน สำหรับคำพูดของคุณนั่นน่ะ ผมเองก็ไม่อยากทำตัวไร้เดียงสาหรือจะสบประมาทคุณด้วยการพูดว่า “ตัดสินใจได้ง่ายจริงๆเลยนะ” กับคุณหรอกนะ แต่จริงๆแล้วผมเองก็หวังจากใจจริงว่าอย่างน้อยๆเราก็น่าจะได้ทำงานร่วมกันนะ

Kahn : อ้อนายคิดงั้นเหรอ สโลน แล้วนี่ดูฉันไม่ใช่ผู้ชายผู้โชคดี หรือไงกัน หรือนายจะให้ฉันเป็น…

Sloan : ทำไมถึงมาหยุดเอาตอนนี้ล่ะ ทั้งที่คุณก็พูดจาตรงไปตรงมามาตลอดนี่

Kahn : เอางั้นก็ได้ ไอ้การที่นายได้มาเป็นหัวหน้าหน่วยผู้ควบคุมแผนกวิทยาศาสตร์ของกองกำลังโลกนี่น่ะ มันเป็นเรื่องที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงเลยล่ะ

Sloan : แต่ในสายตาของสภาโลก ผมมันก็พอๆกับคุณนั่นแหละ—มันก็เหมือนกับการมีก้อนกรวดสักก้อนอยู่ในร้องเท้าคุณนั่นแหละ ผมมั่นใจว่ามันต้องเป็นแบบนั้น

Kahn : เอาล่ะ ฟังนะ นายน่ะอาจจะเป็นชายที่เรียกได้ว่าฉลาดที่สุดในโลก…และถ้านั่นมันจะช่วยเหลือกองกำลังโลกในการพิชิตเป้าหมายใหญ่ที่สุดอย่างการปกป้องโลกแล้วละก็นะ…ฉันก็ขอบอกว่ามันเป็นเรื่องที่ดี

Kahn : แต่สำหรับฉันน่ะ นายก็เป็นแค่บุคคลอันตรายต่อสังคมและไอบ้าที่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เท่านั้นแหละ และฉันก็จะจับตามองการกระทำของนายให้หนักขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย แล้วนั่นแหละคือสิ่งที่ฉันจะทำ…ไม่สิ มันคือเหตุผลที่ฉันไม่ได้ลาออกจากสถานที่อันต่ำช้าของแกนี่แหละ

Sloan : ผมน่ะจะต้องรายงานตรงไปยังสภาโลกทุกครั้งนะ ไม่ว่าเมื่อไหร่หรืออะไรก็ตามที่ผมได้ทำการพัฒนา—อย่างเช่น วันเดอร์ โปรโตคอล, โปรเจ็ค : biohive  หรืออะไรก็ตาม—และเมื่อพวกมันเสร็จสิ้นมันก็จะถูกส่งไปถึงมือของคุณเพื่อที่จะได้ใช้มันในการปกป้องโลกของเราอย่างแน่นอน

Sloan : แต่เมื่อพวกเขากำหนดให้ผมเป็นคนกำหนดสถานะต่างๆเองแล้ว ถึงแม้จะมีคนที่มีตำแหน่งหรือยศเทียบเท่ากันคุณก็ตาม ผมยังคงอนุญาตให้มีแค่คุณคนเดียวเท่านั้นที่สามารถติดตามงานของผมได้ตลอดเวลาแม้จะเป็นช่วงที่มันยังไม่เสร็จก็ตามที

Sloan : และตอนนี้ผมขอเดาว่าคุณคงกำลังมือขุดขุ้ยอะไรอยู่สินะ

Kahn : ขุดอะไรเหรอ ฉันไม่ใช่คนทำเหมืองนะ

Sloan : อย่าเฉไฉไปไหนเลย คุณก็รู้ดีนี่ว่าผมหมายถึงอะไรน่ะ—คุณน่ะพยายามที่จะเปิดโปงเรื่องของผมเท่าที่คุณทำได้…ไม่ว่าจะเป็นการตามหาฐานลับของผม…หรือความลับของตัวผมก็ตาม

Kahn : อ้าว นี่นายมีฐานลับด้วยเหรอเนี่ย ฉันเพิ่งจะรู้น่ะเนี่ย

Sloan : ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันแหละ อามาร์ หรือคุณคิดว่าผมจะรู้ล่ะ

Kahn : นี่ สโลน ฉันก็ขอพูดตรงๆเลยนะ…ฉันก็คิดไม่ถึงเรื่องแบบนั้นเหมือนกัน

อีกด้านนึงที่ ฝรั่งเศส หน่วยมนุษย์ทราย (Sandman) ได้มาถึงยังสถานที่ที่ Amar คิดว่าเป็นฐานทัพของสโลน เขาจึงส่งหน่วยมนุษย์ทรายโดยการนำของ Wesley Dodds ไปยังที่นั่น เพื่อปฏิบัติการภารกิจลับระหว่างที่ตัวเองคุยอยู่กับสโลน

และเมื่อเตรียมการเสร็จสิ้น เหล่า Sandman ก็เคลื่อนพลเข้าไปด้านใน พวกเขาเข้าไปด้านในเรื่อยๆ ซึ่งตัว Amar ก็คิดไว้อยู่แล้วว่าพวกเขาอาจจะพบกับใครบางคนที่ชื่อ…

Michael Holt หรือ Mister Terrific ซึ่งเดินทางข้ามมายังจักรวาลนี้และถูก Sloan จับตัวไปนั่นเอง เพียงแต่ดูเหมือนตอนนี้ทั้งคู่จะเป็นพวกเดียวกันไปซะแล้ว และเขาก็เข้าเล่นงานหน่วยมนุษย์ทรายทันที

Mr.Terrific : พวกนายพลาดแล้วล่ะ ท่านสุภาพบุรุษ เพราะสโลนนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่…

Mr.Terrific : …มีแค่ฉันเท่านั้น

Wesley : นาย คือ โฮลท์ ใช่มั้ย นี่นายคือ มิคาเอล โฮลท์ ใช่มั้ย ผมคือ พันเอกด็อดด์ แห่งกองกำลังโลก

Weslry : และพวกเรามาที่นี่เพื่อช่วยคุณนะ—ก็นะถ้าคุณบอกเราได้ว่าสโลนจับตัวคุณไว้…

Wesley : พวกเราก็จะมาที่นี่เพื่อช่วยคุณ

“ชายคนนี้ ปรากฏตัวออกมาจากช่องว่างมิติที่แมนฮันตัน เมื่อไม่นานมานี้ และมันมีบางอย่างที่ทำให้ข้อมูลต่างๆมันค่อนข้างจะสับสน แต่ยังไงก็ตามมีรายงานว่ามีผู้พบเห็นสโลนปรากฎตัวขึ้นที่นั่นในช่วงเวลานั้น และเขาเล่นงานเข้าโฮลท์ก่อนที่จะพาตัวเขาไป”

“สโลนเรียกชื่อเขาว่า “โฮลท์” แต่ก็มีการกล่าวถึงอีกชื่อว่า “มิสเตอร์ เทอร์ริฟิค” ด้วย”

“หือ งั้นก็คือเรามี Mr.Terrific กับ Mr.8 งั้นสินะ”

Wesley พยายามเจรจากับ Mr.Terrific แต่เขาก็ไม่ยอมให้ดีๆ นอกจากนี้สมาชิกบางคนยังโดนเขาเล่นงานจนร่วงไปแล้วด้วย ซึ่งดูเหมือน Wesley เองก็กำลังจะเสียท่า ลูกน้องของเขาจึงพยายามเข้าไปช่วย

Mr.Terrific : ฉันกำลังทำงานให้กับสโลน ตามที่เขาเสนอมาให้ฉัน

และเมื่อได้ยินดังนั้น Wesley ก็รู้แล้วว่าการเจรจาล้มเหลวแหงๆจึงต้องเปลี่ยนแผน

Wesley : เยี่ยมเลย งั้นเปลี่ยนไปใช้แผน B หลับไปซะ

ลูกน้องที่จะเข้าไปช่วยก็เบนความสนใจของ Mr.terrific ได้พอดี และนั่นทำให้เขาโดนปืนของ Wesley เข้าอย่างจัง

“จะยังไงก็แล้วแต่ เจ้าหมอนี่ก็มีค่าพอที่จะทำให้เจ้าสโลนออกมาจากที่ซ่อนเพื่อมาเอาตัวเขาไปล่ะนะ และนั่นมันทำให้ฉันเริ่มอยากจะรู้แล้วสิ ว่าทำไมกัน”

ตัดกลับมายังฐานใหญ่ของกองกำลังโลก

Sloan กับ Kahn เดินทางมาถึงห้องแล็บที่กำลังทำการสร้างหุ่นแอนดรอยด์ฮีโร่ “Red Tornado”

Sloan : และผมคงต้องขอรับเจ้านี่ไปด้วยละน่ะ ในฐานะของขวัญน่ะ และแน่นอนว่า…เพื่อนำตัวไปยัง ศูนย์รวมตัวของเหล่าผู้วิเศษ ที่ พอร์ตแลนด์ อเมริกา

Sloan : นั่นเพราะเจ้านี่ The Red Tornado น่ะ นักวิทยาศาสตร์ของพวกคุณไม่สามารถทำให้มันทำงานได้อย่างสมบูรณ์สักที เพราะความจริงก็คือ ความก้าวหน้าเกี่ยวกับพวกผู้วิเศษของคุณน่ะ ไม่ได้มากไปกว่าการก้าวย่างขึ้นมาทีละนิดหรอก

Kahn : ไร้สาระสิ้นดี แล้วเรื่องของ อะตอมละ เขา…

Sloan : เขาก็แสดงความแข็งแกร่งให้เห็นได้ในแล็บของคุณไงล่ะ และตัวกัปตัน สตีล ก็เป็นผลงานของพ่อที่เพิ่งจะล่วงลับไปของเขาเองนะ สรุปก็คือ…มันมีความก้าวหน้า 2 ย่างก้าว แต่ก็ยังมีก้าวถอยหลังอีก 1 ก้าวไงล่ะ

Sloan : แต่ตอนนี้แผนกวิทยาศาสตร์ของคุณจะได้รับการขัดเกลาและดูแลโดยตรงจากผมเองเลยล่ะนะ คาน และอีกอย่างนะ ผมน่ะยังมีความคิดอีกมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะงั้นคุณก็อย่าตกใจไปละ ถ้าจู่ๆมันก็ใช้งานได้ก่อนที่คุณจะรู้ตัวน่ะ

Kahn : โฮ่ ฉันก็ว่างั้นแหละ แต่ก็นะ จริงๆแล้วช่วงนี้มันก็มีเรื่องให้ประหลาดใจเข้ามาตลอดนั่นแหละ

Sloan : ผมไม่เข้าใจคุณจริงๆนะ คาน แต่ผมก็จะเป็นคนแรกยอมรับล่ะนะ

Kahn : ไหงงั้นล่ะ

Sloan : ก็นะผมน่ะวางแผนไว้หมดแล้วไงล่ะ ผมได้ติดต่อกับสภาโลก โดยที่มั่นใจว่าคุณจะไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ก็อย่างที่รู้กันว่าคุณน่ะเป็น 1 ในคนที่มี “ศักศรีดิ์” พอที่จะต่อต้านการมาของผม

Sloan : แต่ผมก็ได้รับความไว้ใจจากสภาแล้ว…และแน่นอนว่ามันมากกว่าที่คุณได้รับในตอนนี้ซะอีก

Sloan : เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมยังเป็นคนที่ต้องการตัว แล้วดูตอนนี้สิผมกลายเป็นคนที่มีฐานะเทียบเท่ากับคุณไปแล้ว แต่คุณก็ยังสงบสติอารมณ์ของคุณได้อยู่

Sloan : เพราะงั้นคุณก็ต้องเป็นคนที่พอๆกับผม หรือไม่งั้นคุณก็เป็นเพียงแค่ไอ้โง่คนนึง และผมก็ยังไม่ตัดสินใจว่าเป็นแบบไหน ไม่ใช่ในตอนนี้

Kahn : เรื่องแรกเลยนะสโลน แกอาจจะเท่าเทียบกับฉันในสายตาของพวกสภา แต่พระเจ้ายังจะช่วยแกอีกเหรอถ้าเหล่าผู้คนและโลกได้รับถึงตัวตนของแกน่ะ และนั่นแหละคือความปราณีของฉันไงล่ะ

Kahn : ซึ่งนั่นบางทีอาจจะเป็นเพราะฉันมันเป็นไอ้โง่จริงๆก็ได้…แต่บางที

Kahn : ความฉลาดของนายอาจจะเป็นสิ่งที่ฆ่านายเองก็ได้นะ

จากนั้น Kahn ก็กลับมายังห้องทำงานของเขาเพื่อพบกับเวสลี่

Kahn : ถูกทำลายไปเกือบหมดงั้นเหรอ…

Kahn : …นายแน่ใจนะเวส นั่นมันสำคัญมากเลยนะ ฉันไม่อยากจะยื่นมือเข้าไปเล่นงานสโลนเร็วเกินไป

Wesley : ไอตึกนั่นน่ะมันยังอยู่ดีก็จริง แต่ชั้นบนสุดนั่น…ไอ้ฐานลับของสโลน กับการวิจัยวิทยาศาสตร์ของเขาน่ะ…ถูกกำจัดไปหมดเลย แต่อย่าเพิ่งคิดมากเลย มันดูเหมือนเป็นงานเพื่อใครซักคนซะมากกว่าน่ะ…อย่างเช่น สเต็พเพ่นวูล์ฟ หรือไม่ก็ เอ็มเพอร์เรอร์ ลักซ์ กับพวกโลน สตาร์ของเขา หรือไม่แน่ก็อาจจะเป็น นีโอ-รัสเซียก็ได้นะ

Kahn : แต่ฉันก็หวังว่ามันไม่ได้พังก่อนที่นายจะเก็บข้อมูลของสโลนมาหรอกนะ…

Wesley : แน่นอนอยู่แล้ว และถ้าพระเจ้าจะทรงช่วยหน่อยนะ ก็ขอให้เราสามารถฟื้นความทรงจำให้กับพ่อยอดมันสมองของนายได้ละกัน นั่นคงจะช่วยให้เราเข้าใจความหมายเรื่องทั้งหมดได้เหมือนกัน

Wesley : อ้อใช่แล้ว พวกเราได้นำศพไปวางไว้แถวๆนั้นด้วยในช่วงวินาทีสุดท้าย—และก็ทำให้มันดูเหมือนกับโฮลท์ไว้แล้วด้วย—ทุกๆอย่างเลยล่ะนะ เผื่อว่าสโลนจะระแคะระคายเข้าน่ะ

Kahn : นี่นายคิดจะอยู่ข้างเดียวกับฉันจริงๆเหรอ…เพื่อที่จะต่อต้านสโลนน่ะ…แบบนั้นมันเท่ากับนายกำลังทรยศต่อสภาโลกด้วยนะ มันเรียกได้ว่าเป็นการกบฏเลยล่ะสำหรับสิ่งที่เรากำลังจะเปิดเผยมันออกมาน่ะ

Wesley : งั้นเหรอ ฉันคิดว่าเป้าหมายของกองกำลังโลก คือ การป้องกันการรุกรานต่างๆที่กำลังจะเกิดขึ้นกับโลก ด้วยการทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นซะอีกนะ

Wesley : และในฐานะของหัวหน้าของเหล่ามนุษย์ทรายฉันเองก็ได้ทำอะไรบางสิ่งที่มันไม่ น่าภาคภูมิใจลงไปแล้วซะด้วย แต่ฉันเองก็ยังไม่เห็นเลยว่าโลกใบนี้จะดีขึ้นได้ยังไงถ้ามันได้รับการช่วยเหลือจากคนบ้าอย่างสโลนน่ะ

Wesley : ดังนั้น ลุยเลยอามาร์ ฉันจะช่วยนายเล่นหมากกระดานนี้เอง

Khan : ยินดีเลยล่ะเวสลี่ เพราะไอ้เกมที่นายกำลังพูดถึงน่ะ

“ …มันจะไม่มีการเล่นแบบแฟร์ๆแน่ๆ”

หลังจบศึกใหญ่จากกรันดี้ ก็เกิดศึกภายในขึ้นอีก Alan ปฏิเสธการรวมกลุ่มกับ Hawkgirl และ The Flash แถมเธอยังไปยั่วโมโหเขา ส่วน Khan และ Sloan ก็เริ่มเดินหมากของตัวเองแล้ว ในขณะที่ Sloan มีขั้วอำนาจต่างๆสนับสนุนเขาเต็ม ฝ่าย Khan ก็ต้องเดินเกมอย่างรอบคอบ โดยมีหน่วย Sandman คอยช่วยเหลือ แล้วบทสรุปของมันจะเป็นยังไงกัน

เล่มหน้า

พักเรื่องราวของฝั่งนี้และ

มาดูเรื่องราวของสเต็พเพ่นวูล์ฟ รวมไปถึงการเปิดตัวของชาวอเมซอนคนสุดท้าย

Fury

 

*เกล็ดน่ารู้ : Wesley Dodds คือ Sandman คนแรกในจักรวาลเก่า และตอนนี้เขาเป็นหัวหน้าหน่วยพิเศษ Sandman ของกองกำลังโลก

และเมื่อกลับมาอีกครั้งใน Earth-2 #9 จะเข้าสู่บทเปิดตัวของ Doctor Fate ใน “Power of Fate” โดยจะเริ่มตั้งแต่เล่มที่ #9 ถึง #12 ครับ

เผยแพร่ครั้งแรก : Bank-Genesis Comic

 

4 thoughts on “Earth-2 #07

  1. Dol

    ยิ่งอ่าน ผมยื่งแอบชอบการตีความใหม่ของโลกนี้นะ

    ยิ่งชอบตรงที่ Red Tornado เป็นผู้หญิงนี่แหล่ะ ฮ่า

    หักมุมมากแต่ชอบนะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *