Glossary

Comic Book หรือ Comics

หนังสือการ์ตูน ที่ออกเป็นรายเดือน รายสัปดาห์ หรือรายปักษ์ (2 สัปดาห์) หรือรายสะดวก (นานๆ ออกที หรือไม่มีกำหนดแล้วแต่คนวาดคนแต่งเรื่องจะทำเสร็จ)
แต่ส่วนใหญ่จะออกเป็นรายเดือน
รูปเล่มบอบบาง หนาประมาณ 20-30 หน้า มักจะมีหน้าโฆษณาแทรกอยู่ข้างในด้วย
ราคาต่อเล่มก็ประมาณ 2.99$ – 4.99$ มาถึงเมืองไทยก็คูณอัตราแลกเปลี่ยนบวกค่าขนส่งกันไป


Graphic Novel

การ์ตูนที่รวมเล่มจาก Comic อีกที อาจจะรวมตั้งแต่ 5-10 เล่ม หรือมากกว่านั้น โดยจะแบ่งออกเป็น
ปกแข็ง (Hard CoverHC) แข็งแรง ราคาสูง ตั้งแต่เกือบหนึ่งพันบาทไปถึงหลายพัน แล้วแต่จำนวนที่รวมมา รวมมาหลายเล่ม หนามาก ก็แพงมาก

ปกอ่อน (Trade paperbackTPB หรือ trade) ราคาถูกกว่า ตั้งแต่ 3-4 ร้อยบาท หรือถ้าหนาหน่อยก็มี 7-9 ร้อยบาท ซึ่งรวมแล่มแบบปกอ่อนนี้มักจะออกมาทีหลังปกแข็ง ถ้าอยากได้ของถูกหน่อยก็ต้องรอนานกว่า ห่างกันหลายเดือนถึงเป็นปีเลยก็มี ใครอดใจไม่ไหวก็จัดปกแข็งตั้งแต่แรกกันไป

ที่ปกหลังของ Graphic Novel มักจะมีรายละเอียดบอกว่ารวบรวมมากจาก comic เล่มไหน (collecting … หรือ collected from …)

แต่!!!…ก็มีบางเรื่อง บางเล่มที่ออกมาเป็น Graphic Novel เลย โดยไม่ได้เป็นการรวมเล่มจากฉบับรายเดือนมาก่อน
อย่างเช่นเล่ม Superman: Earth One และ Batman: Earth One ที่เป็นเนื้อเรื่องพิเศษไม่เกี่ยวกับจักรวาลหลัก


On-Going Series

คอมมิคบุ๊คที่ยังตีพิมพ์วางจำหน่ายอยู่


Limited Series

คอมมิคที่มีกำหนดชัดเจนว่าจะออกเป็นจำนวนกี่เล่ม มักเป็นตอนพิเศษอาจเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับฉบับที่ on-going อยู่ก็ได้
เช่น The Dark Knight Returns, Daredevil: End of Days

หรือสังเกตได้ที่ปกของเล่ม Spider-Men #1


Title / หัวหนังสือ

ชื่อหนังสือแต่ละเล่ม เช่น Batman, Detective Comics, Batman and Robin ทั้งหมดเป็นคนละหัวกัน แต่เรียกรวมๆ กันว่าหัว Bat-Family
หรือ The Avengers, The New Avengers, Avengers Assemble ฯลฯ (อาจจะเรียกว่า Avengers family ด้วยก็ไม่ผิด)
หรือในยุคนึงที่สไปเดอร์แมนมีหนังสือออก 3 หัว คือ The Amazing Spider-Man, The Sensational Spider-Man, Friendly Neighborhood Spider-Man ออกควบคู่กันไป เล่าเรื่องเกี่ยวกับสไปดี้ในแง่มุมต่างๆ กัน


Issue

เลขเล่มของแต่ละหัวหนังสือ เขียนแทนด้วยเครื่องหมาย #


Volume

เลขกำกับ Issue แต่ละรอบของแต่ละหัวเล่ม
เช่น มีหัวหนังสือ New Avengers ออกเล่ม #1-64 (2005-2010) เป็นครั้งแรก เรียกว่า Volume 1
พอปีต่อมามีเหตุการณ์ หรือเหตุผลที่สำนักพิมพ์จะออกเป็น issue 1 ใหม่ ก็จะปรับเป็น Volume 2
เวลาอ้างอิงถึงหนังสือเล่มเก่าๆ ที่ไม่ใช่ volume ปัจจุบัน ก็จะบอกชื่อหัวหนังสือ เลขเล่ม (issue) แล้วก็ต้องบอก volume ด้วย เพื่อความชัดเจน

เช่น ถ้าอยากอ่าน Iron Man ตอน Extremis ต้องไปหาอ่านที่ Iron Man vol.4 #1-6
(Graphic Novel ที่เป็นฉบับรวมเล่มก็จะรวมจาก 6 เล่มนี้)

 

นอกจากนี้ Volume หรือ Vol. ก็ใช้เรียกเลขเล่มของคอมมิคฉบับรวมเล่ม (Graphic Novel) อีกเหมือนกัน
เช่น
Batman Vol. 1: The Court of Owls ซึ่งรวมเล่มจาก Batman (Vol.2)  เล่ม #1-7
Batman Vol. 2: The City of Owls ซึ่งรวมเล่มจาก Batman (Vol.2) เล่ม #8-12 และ Batman Annual #1

ซึ่ง Batman ฉบับรวมเล่มทั้งสองนั้น ถือว่าเป็น Batman Volume 2 แล้ว คือเป็นการเริ่มนับเล่ม 1 ใหม่ เมื่อปี2011 (คือเริ่มใหม่ทุกเล่มของ DC ที่เรียกว่า New 52 นั่นเอง)
ส่วน Batman Volume 1 ก็คือคอมมิคที่พิมพ์ตั้งแต่ ปี 1940 จนถึงเล่ม 700 กว่าๆ ในช่วงกลางปี 2011 ก่อนจะเริ่มนับเลขเล่มเป็น 1 ใหม่เป็น Volume 2 นั่นเอง

อย่าเพิ่งงงกันนะครับ 😀


Annual

เล่มพิเศษครบรอบปีของหัวหนังสือนั้นๆ เช่นเดือนที่แล้วออกเล่ม 11 เดือนนี้ก็จะออกเล่ม 12 แล้วก็อาจมีเล่ม Annual ออกมาต่างหากด้วยอีก
แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะบางปีก็ไม่มีการออกเล่ม Annual

เนื้อเรื่องของเล่ม Annual มักจะเป็นตอนพิเศษแยกต่างหาก อาจเป็นตอนเดียวจบ หรือต่อเนื่องกับ Annual ของหัวอื่น
เช่น New Avengers Annual #1 เนื้อเรื่องต่อมาต้องไปอ่านเล่ม Avengers Annual #1
ส่วน New Avengers เล่ม 11-12 ก็เล่าเหตุการณ์ต่อเนื่องกันไปตามปกติ


Event

เหตุการณ์สำคัญ ส่วนมากแต่ละสำนักพิมพ์มักจะมีปีละครั้ง เรียกว่าอีเวนท์ใหญ่ ก็จะมีหัวหนังสือออกมาต่างหากเป็น Limited Series ตามชื่อ event นั้น เรียกว่า “เล่มหลัก”
เช่น Civil War จะมีหัวหนังสือ Civil War ออกมา 7 เล่ม เล่าเนื้อเรื่องหลักที่เป็นภาพรวมของเหตุการณ์


Tie-in

เนื้อเรื่องที่เป็น side story หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใหญ่ หรือเล่าเจาะตัวละครใดตัวละครหนึ่ง
เช่น World War Hulk เล่มหลักเล่าเรื่องว่าฮัลค์ไปถล่มโรงเรียน X-Men ส่วนในหัวเล่ม X-Men ที่เป็น Tie-in ก็จะเล่าเหตุการณ์ในโรงเรียนว่ามีฮัลค์บุกมา

ซึ่งเราจะอ่านหรือไม่อ่านก็ได้ แต่หลายครั้งก็มักจะพบว่าเล่ม tie-in สนุกกว่าเล่มหลักก็มี


One-Shot

เล่มพิเศษ แบบเล่มเดียวจบ หรือเป็นบทนำสู่เหตุการณ์ใหญ่ที่กำลังจะออก เช่น Siege : The Cabal เป็น One-Shot ที่ออกมาเป็นบทนำก่อนเข้าสู่อีเวนท์ Siege
หรือเป็นเล่มพิเศษที่เล่าเรื่องของตัวละครตัวใดตัวหนึ่งที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษ หรือกำลังจะมีบทบาทสำคัญต่อไป เช่น Rescue


Crossover

เนื้อเรื่องที่เป็นเหตุการณ์สำคัญหรือเหตุการณ์ใหญ่ และมีความต่อเนื่องไปหัวเล่มอื่นด้วย
เป็นเทคนิคการขายหนังสือ ถ้าคนอ่านรักชอบที่จะอ่านอยู่หัวเดียว หากเจอ crossover หรือ tie-in
ก็ต้องตามไปอ่านเล่มอื่นต่อด้วยเพื่อความต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่นเนื้อเรื่อง X-Men: Second Coming (2010)

จะมี checklist ดังนี้

Chapter 01 X-Men Second Coming
Chapter 02 Uncanny X-Men #523
Chapter 03 New Mutants #12
Chapter 04 X-Men Legacy #235
Chapter 05 X-Force #26
Chapter 06 Uncanny X-Men #524
Chapter 07 New Mutants #13
Chapter 08 X-Men Legacy #236
Chapter 09 X-Force #27
Chapter 10 Uncanny X-Men #525
Chapter 11 New Mutants #14
Chapter 12 X-Men Legacy #237
Chapter 13 X-Force #28
Chapter 14 X-Men Second Coming Finale
(สามารถติดตามอ่านได้ที่ blog ของคุณ GhostRider)

จะเห็นว่าเนื้อเรื่องหลักทั้ง 14 ตอน ความต่อเนื่องจะข้ามไปตามหัวเล่มต่างๆ ทั้งหมด 5 หัวเล่ม ซึ่งต้องอ่านเรียงลำดับ
โดยปกติส่วนใหญ่ที่ท้ายเล่มจะมีระบุว่าตอนต่อไปให้ติดตามอ่านต่อได้ที่เล่มไหน

นอกจากนี้ยังจะมีหัวเล่ม X-Factor #204-206 เป็น tie-in ด้วย โดยมีชื่อ arc ว่า X-Men Second Coming – Revelations


Story-Arc

ตอนหนึ่งๆ ของหัวหนังสือนั้น สตอรี่อาร์คหรืออาร์คนึงอาจจะ 3 เล่มจบตอน หรืออาจยาวเป็นสิบเล่มเลย แต่ส่วนใหญ่จะ 3-6 เล่ม
เช่น Spider-Man: Ends of the Earth ดำเนินเรื่องอยู่ในหัวเล่ม The Amazing Spider-Man #682-687

*เราสามารถหาข้อมูลเหล่านี้ได้โดยการค้น google ด้วยชื่อ story-arc หรือชื่อ event ต่อด้วยคำว่า checklist


Prelude/Prologue

เนื้อเรื่องที่เป็นบทนำก่อนเหตุการณ์สำคัญ


Epilogue

ตอนที่เป็นบทส่งท้าย หลังจากเล่มจบของเหตุการณ์สำคัญ


 

*บทความนี้ปรับปรุงเพิ่มเติมจาก Comics Guide ของคุณ bank-genesis

เรียบเรียงโดย: 

6 thoughts on “Glossary

  1. Tatoo

    สุดยอด ขนาดที่ว่าอ่านมานานเเล้วบางอย่างก็เพิ่งรู้นี่เเหละ

  2. James

    ยอดเยี่ยมครับ สรุปได้เข้าใจง่ายมากๆ
    ขอนำไปแชร์ต่อได้มั้ยครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *