S.H.I.E.L.D Vol.2 #1

S.H.I.E.L.D Vol.2 #1

ยอดวีรชน คนสมองเพชร ภาค 2

เรื่อง : Jonathan Hickman
ภาพ : Dustin Weaver
วางจำหน่าย: 1 มิถุนายน 2011
สำนักพิมพ์ : Marvel Comics

ชื่อไทย: The_Death_oF_Superman

 

เพื่อเป็นการต้อนรับเล่ม 3 ที่กำลังจะออกมาในอีกไม่กี่วันนี้

ผมจึงขออณุญาติยกเอาเล่ม 1 และ 2 มาให้ทุกท่านได้ยลโฉมกันที่นี่นะครับ

ส่วนเนื้อหาใน ภาค 1 สามารถตามอ่านได้ที่ลิงก์ข้างล่างเลยจ้า

S.H.I.E.L.D ยอดวีรชน คนสมองเพชร Vol.1 #1

S.H.I.E.L.D ยอดวีรชน คนสมองเพชร Vol.1 #2

S.H.I.E.L.D ยอดวีรชน คนสมองเพชร Vol.1 #3

S.H.I.E.L.D ยอดวีรชน คนสมองเพชร Vol.1 #4

S.H.I.E.L.D ยอดวีรชน คนสมองเพชร Vol.1 #5

S.H.I.E.L.D ยอดวีรชน คนสมองเพชร Vol.1 #6 [จบภาค]

S.H.I.E.L.D.: Infinity

สรุปคร่าวๆ

           หน่วย SHIELD สร้างขึ้นตามโล่ของอิมโฮเทปที่ใช้ปราบพวกอสูรต่างดาว

สมาคมดังกล่าวได้ช่วยเหลือโลกมาแล้วหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น

จังเหิน ช่วยโลกไว้จากยักษ์ Celetial หรือกาลิเลโอ ช่วยโลกไว้จาก Galactus

         Leonid เด็กหนุ่มผู้มีพลังคอสมิคปริศนา ถูกสมาชิกของ SHIELD ทั้งสองคน

นามว่า Nathaniel Richard และ Howard Anthony Walter Stark

พาตัวเขามายัง เมือง Immortal City สำนักงานใหญ่ของ SHIELD

ที่ถูกปกครองโดย ไอแซค นิวตัน อดีตศิษย์ของกาลิเลโอและ ผู้อาวุโสแห่ง SHIELD


        ในเวลาต่อมา Night machine หรือ นิโคลา เทสลา (Nikola Tesla) กับนกพิราบสาว

พ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยง (?) ของ Leonid

ได้บุกเข้ามาหาลูกชายเพื่อพาเขาไปหา ลีโอนาโด ดา วินชี่ สมาชิกอาวุโสแห่ง SHIELD

เทสลา ระเบิดตนเองวาร์ป ทั้ง Howard และ Nathaniel ไปยังโลกอนาคต

 

ลีโอนาโด ได้ตั้งรกรากอยู่ที่เมือง Immortal City

ในระหว่างนั้นเขาได้ค้นพบ Starchild ลูกยักษ์ Celestial และรับเอาเลี้ยงไว้

   ส่วน Leonid ก็ค้นพบ นอสตราดามุส ผู้มองเห็นอนาคต

ความแตกต่างทางความเชื่อระหว่าง นิวตัน และ ลีโอนาโด

ทำให้ทั้งคู่ก่อสงครามขึ้นในปี ค.ศ. 1960 ที่กลางเมือง Immortal City

ท่ามกลางความสับสนของ Leonid และในที่สุด Foreverman หรือ ไมเคิล แองเจิลโล ก็ออกมาพบ Leonid ในที่สุด

เรื่องราวจะเป็นเช่นไรต่อไป

โปรดติดตามได้เลยครับ

  ชายผู้หนึ่งกำลังนั่งแกะสลักหินอยู่อย่างใจเย็น

ติ๊ง! ติ๊ง!

 

ติ๊ง! ติ๊ง!

 

ลีโอนาโด ดา วินชี่ (Leonardo Da Vinci)และยังเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่ง สมาคม S.H.I.E.L.D

ยืนอยู่หลังข้างหลังชายผู้นั้นและได้พูดบางอย่างกับเขา

ลีโอนาโด: ชั้นเองก็ไม่ค่อยถนัดไอ้เรื่องขอร้องใครนี่ซะด้วยสิ
ลีโอนาโด: อยากจะตีตัวข่มกันรึไง พ่อหนุ่ม

ลีโอนาโด: เพราะชั้นเกรงว่า จะข่มกันได้ซะด้วยนี่สิ
ลีโอนาโด: จะให้ชั้นขอร้องเธอ อีกกี่ครั้งเธอถึงจะยอมเข้าร่วมกับพวกเราซักที หืม?

ลีโอนาโด: ไมเคิล แองเจิลโล (MICHELANGELO)


เมื่อ ลีโอนาโด พูดจบ ไมเคิล แองเจิลโล หันหลังไปคุยกับ ลีโอนาโด


ไมเคิล แองเจิลโล: โถ่ ท่านอาจารย์ ดา วินชี่ เชื่อผมเถอะ

ไมเคิล แองเจิลโล: ไอ้เรื่องยกตนข่มท่านนี่ไม่มีอยู่ในหัวผมเลยแม้แต่นิดส์ครับ

ไมเคิล แองเจิลโล กำลังสร้างประติมากรรมหนึ่ง
ซึ่งภายหลังโลกจะรับรู้ว่า นี่คือ รูปปั้นชายเปลือยกล้ามสวยที่โด่งดังที่สุดในโลก
นามว่า เดวิด (David) นั่นเอง

               
ไมเคิล แองเจิลโล: ข้าก็เพียงแค่กำลังยุ่งอยู่กับงานอื่น อยู่ก็แค่นั้นเองท่าน

ลีโอนาโด ไม่อยากให้เวลาเขาผ่านไปอย่างไม่มีประโยชน์ เขาจึงตัดสินใจโฆษณาขายตรงกับ ไมเคิล แองเจิลโล

ลีโอนาโด: สมาคมของพวกเรา มีภารกิจที่สำคัญในการปกป้องมวลมนุษยชาติ
ลีโอนาโด:และต้องการเหล่าคนพิเศษให้มาช่วยงาน เฉกเช่นตัวของเธอ

ลีโอนาโด: มีหลายสิ่งทำและได้เกิดขึ้นแล้วจากสมาคมเรา
ลีโอนาโด:หลายสิ่งที่อาจทำให้เธออึ้งรับประทานกันไปข้างเลยล่ะ

ไมเคิล แองเจิลโล: เอาจริงๆ นะ ท่านอาจารย์ ดา วินชี่
ไมเคิล แองเจิลโล:นี่เรากำลังคุยกันเรื่องอะไรกันอยู่เนี่ย

พ่อหนุ่ม ไมเคิล แองเจิลโล พูดพร้อมกับผละออกมาจากงานของเขาและตรงเข้าไปคุยกับ ลุงดาวินชี่

ลีโอนาโด: เรื่อง ประวัติศาสตร์ลับของโลกที่ถูกปิดซ่อนอาไว้ ไงล่ะ

ไมเคิล แองเจิลโล: อ้า… ความลับ กับ เรื่องลึกลับ น่ะเอง

ไมเคิล แองเจิลโล: ถ้าอย่างนั้น ผมขอถามอะไรท่านซักอย่างหน่อยสิ

ไมเคิล แองเจิลโล: ถ้า ไอ้เจ้าความรู้ที่ท่านเก็บเอาไว้ในหัว
ไมเคิล แองเจิลโล: มันเป็นความลับสุดยอดแล้ว…..

ไมเคิล แองเจิลโล: เหตุไฉนเลย ผมถึงดันรู้ความลับนี้ของท่านทั้งหมดที่ท่านรู้
ไมเคิล แองเจิลโล: และที่ท่านยังไม่รู้ ด้วยละขอรับ!!!!!

ลุงดา วินชี่ กลับอึ้ง ทึ่ง งง กับคำพูด ไมเคิล แองเจิลโล !!!!
กลับมาที่ปัจจุบัน

ลีโอนาโด: ต้านเอาไว้ ต้านเอาไว้!!!!!

ลีโอนาโด: มากันอีกระลอกแล้ว!!!!!!!

ปี ค.ศ. 1960 ณ เมือง Immortal City

ตูมมมมมมมมมมมมมมม!!

 

โครมมมมมมมมมมม!!

การต่อสู้กันระหว่างพวกพ้องแห่ง SHIELD  (โล่) ยังคงดำเนินต่อจากภาคแรก

เหล่า SHIELD  ต่างห่ำหั่นกันเอง ผู้คนมากมายต่างล้มตายเป็นใบไม้ร่วง

ขณะนั้นเอง ไมเคิล แองเจิลโล ในร่าง Forever man กำลังยืนอยู่ข้างๆ Leonid เด็กหนุ่มผู้มีพลังคอสมิคปริศนา

Leonid: ถึงคุณจะบอกว่ามันเป็นเรื่องจำเป็นก็เถอะ แต่ว่าแบบนี้มัน….คุณพระช่วย

Leonid: ผมคงยืนอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไรไม่ได้หรอกครับ!!!

 

Leonid: ผมต้องรีบหยุดเรื่องบ้าพรรค์นี้

Leonid: ผมต้องลองดูอีกครั้ง!!!

Leonid เริ่มที่จะสร้างกำแพงพลังงานอีกหนนึง

ในขณะที่ ไอแซค นิวตัน (Isaac Newton) ผู้อาวุโส แห่ง SHIELD

กำลังห้ำหั่นอดีตพวกพ้องของเขาเอง อย่างบ้าคลั่ง ด้วยอาวุธที่ดูละม้ายคล้าย ไม่เท้า อย่างไรอย่างนั้น

ไมเคิล แองเจิลโล: อย่า Leonid

ไมเคิล แองเจิลโล: ใจเย็นๆ เจ้าต้องรอก่อน

 

Leonid: คุณพูดบ้าอะไรของคุณ!!! ผู้คนกำลังตายต่อหน้าต่อตา ผมตอนนี้นะครับ

Leonid: เราต้องทำอะไรซักอย่างเดี๋ยวนี้และต้องไวด้วย ก่อนที่มันจะไม่ทันเวลานะครับ!!!

 

ไมเคิล แองเจิลโล: เวลา รึ?

ไมเคิล แองเจิลโล: เจ้าจะไปรู้อะไรเกี่ยวกับ เวลา เล่า

ย้อนกลับไปเมื่อ ปี ค.ศ. 1930 ณ กรุง Ashomia  เมือง ของเผ่า Deviant (The Deviant City)

นิวตัน ได้ขโมยความรู้ไปจากพระคัมภีร์ และเผาเมืองของพวก Deviant เสียหายย่อยยับ

 

ชาว Deviant ต่างโกรธแค้น และต้องการจะระบายความโกรธแค้นกับใครบางคน

โชคร้ายที่ Morda หญิงสาวชาว Deviant ผู้โมเอะกระแทกตับ ม้ามและลิ้นปี่ ภรรยาของนิวตัน และลูกน้อยผู้เป็นโซ่คล้องใจของทั้งคู่

คือเหยื่อความความโกรธแค้นนี้

 ตัวประกอบ A: ออกมาเดี๋ยวนี้ Morda!!!!

 

ตัวประกอบ B: ไอ้ตัววิบัติ!!! ไอ้ตัววิบัตินั่น!!!

ตัวประกอบ B: มันขโมยความรู้ของพวกเราไป และทิ้งแกให้อยู่ตอบคำถามกับพวกเรา!!!!!

ชาวเมืองกำลังพังประตูเข้าไปเพื่อลาก Morda มาตอบคำถามด้วยเลือดและชีวิตของเธอ

Morda: โอออออออ

Morda: เราทำผิดพลาด!!!

Morda: ผิดพลาดอย่างมหันต์ที่ไปยุ่งเกี่ยวกับเขา

 

Morda: นิวตันขโมย!!!! นิวตันหลอกลวง!!!!!

 

น้อง Morda พยายามนำข้าวของไปของไว้ แต่เธอก็รู้ว่าคงยื้อไว้ได้ไม่นาน

 

 

ขณะนั้นเองเธอสังเกตเห็นบางอย่าง

Morda: บา!?

ว่า แล้วก็รีบหยิบมีดมาป้องกันตัวเองทันที

 

Morda:  มนุษย์อีกตัว!!!! ไอ้พวกวิบัติ!!

Morda: ข้าจะสับเจ้า!!! เอาไปให้พวกนั้น!!!

Morda: ช่วย Morda!!!!  ช่วยเด็กน้อย!!!

 

สิ่งๆ นั้นก็คือ ไมเคิล แองเจิลโล  ผู้โผล่มาแจมทุกเรื่องนั่นเอง

 

ไมเคิล แองเจิลโล: ไม่หรอก นั่นไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้น

ไมเคิล แองเจิลโล: ชั้นไม่ใช่ ไอแซค นิวตัน นะ Morda

 

ไมเคิล แองเจิลโล: ชั้นจะบอกเธอแต่ความจริงเท่านั้น โดยไม่มีการปิดบังใดๆ

ไมเคิล แองเจิลโล: วันนี้ เธอจะตาย แต่ชั้นสามารถช่วยชีวิตเด็กน้อยของเธอได้ หากเธอต้องการ

 

Morda: ช่วยเด็กน้อย? เอาเด็กไป?

Morda: สัญญา ไม่มีนิวตัน!!

 

จากสิ่งที่เธอได้ประสบ เธอไม่ต้องการให้ชีวิตลูกของเธอต้องพินาจเพราะพ่ออย่าง นิวตัน เฉกเช่นเธอ

ไมเคิล เข้าใจในสิ่งที่เธอต้องการบอก แต่ทว่า…..

 

ไมเคิล แองเจิลโล: เสียใจ ชั้นไม่สามารถจะทำเช่นนั้นให้ได้

 

แม้ได้ยินเช่นนั้น แต่ Morda จะยืนยันคำขอของเธอ

 

Morda: สัญญา ไม่มีนิวตัน!!

 

ไมเคิล แองเจิลโล: ชั้นเสียใจ

ไมเคิล แองเจิลโล: ชั้นสัญญากับเธอ ได้แค่ว่าเด็กจะมีชีวิตรอด ชั้นทำได้แค่นั้น

 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอได้แต่จ้องมองเด็กน้อยลูกด้วยความอาลัยขณะที่ เด็กทารกน้อยผู้ไร้เดียงสาแตะคางแม่ของเขาตามประสาเด็ก

 

Morda: เอาเด็กไป

 

ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นแม่ Morda ก็ยอมตกลงขอเพียงให้เด็กรอดแค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับเธอ

 

และขณะที่ Morda มอบเด็กให้แก่ ไมเคิล นั้นเอง ฝูงชนก็บุกทะลวงเข้ามาในบ้านเธอ

 

โครมมมมมมมมมมมมม!!!

Morda: เด็กต้องมีชีวิตรอด!!!!

 

ฝูงชนที่โกรธแค้นต่างกรูเข้ามาในบ้านเพื่อคร่าชีวิต Morda

โดยไม่สังเกตุเห็น ไมเคิล แองเจิลโล ที่พาตัวเด็กหนีหายไป

บทบาทของ Morda สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้

 

ไมเคิล แองเจิลโล ได้พาเด็กมายัง The Sinkhole ณ Bendy time (เวลาที่บิดเบี้ยว?)

เมื่อชีวิตนึงจากไป อีกชีวิตต้องดำเนินต่อไป

ไมเคิล พยายามเล่นกับเด็กทารก
ที่บัดนี้มีรูปร่างเปลี่ยนไปราวกับว่ามีจักรวาลทั้งจักรวาลน้อยๆ อยู่ในตัวของเขา

ไมเคิล แองเจิลโล: ดูบนฟ้านั่นสิ นั่นมันอะไรเอ่ย?
ไมเคิล แองเจิลโล: เห็นมั๊ย?

นกพิราบสีขาวสว่างตัวหนึ่ง บินอยู่บนฟ้า
และร่อนลงมาเกาะอยู่ที่แขนของ ไมเคิล แองเจิลโล อย่างเชื่องๆ

“แกว๊กกกก”

 

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เด็กน้อยได้เอานิ้วไปแตะที่ตัวของนกพิราบ

เปรี้ยงงงงงงงงงงงง!!

 

อ้าวเฮ้ย WTF!!!! จู่ๆ นกพิราบก็เปี๊ยนไป๋ กลายเป็นสาวทรงโตแถมโป๊เปลือยอีกต่ะหาก!!!!!

 

อดีตนกพิราบ: โอววววววววววววว

 

 

ไมเคิล แองเจิลโล: ดูเหมือนว่าเจ้าจะเป็นผู้ถูกเลือกนะ เจ้านกน้อย

ไมเคิล แองเจิลโล: เจ้าต้องดูแล และเลี้ยงดูเด็กคนนี้ ด้วยตัวของเจ้าเอง

ไมเคิล แองเจิลโล: ช่วงเวลาของที่นี่ดูเหมือนจะเดินอย่างประหลาด

ไมเคิล แองเจิลโล: เจ้าทั้งสองต้องอยู่ที่นี่ จนกว่า ชายผู้ฟาดสายฟ้า จะพบที่นี่

 

ไมเคิล แองเจิลโล: เจ้าจะรักชายคนนั้น

ไมเคิล แองเจิลโล: ชายคนนั้นก็จะรักพวกเจ้าทั้งสองเช่นกัน

 

อดีตนกพิราบ: ช้าน ได้ ถูก…ก. เลือก

 

ไมเคิล แองเจิลโล: ใช่แล้ว และเจ้าก็ต้องมอบ เจ้าสิ่งนี้ ให้ชายคนนั้นด้วย

 

ว่าแล้ว ไมเคิล ก็มอบกุญแจที่ใช้ไขประตู iter ในภาคแรก แล้ว ก็วาร์ปหายไป

 

ตัดมาที่ กรุงโรม ปี 1942

กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei)  ผู้อาวุโสแห่งสมาคม SHIELD

(และยังผู้ขับไล่กาแลคตัสไปจากโลกของเรา)

กำลังนอนหลับอยู่ในห้อง โดยไม่รับรู้ถึงชะตาของตนเอง

จากนั้นลูกศิษฐ์เนรคุณของเขานาม ไอแซค นิวตัน ก็เดินเข้ามาหา

กาลิเลโอ: อ้อ ไอแซค เจ้ามาทำอะ…… อ๊อคคคคคคคคคคค!!!!

เมื่อตนเองได้รู้องค์ความรู้ลับจากพวก Deviant และเผาเมืองไปแล้ว

นิวตันตัดสินใจบีบคอและฆ่าอาจารย์ของเขาจนถึงแก่ความตาย

เมื่อเขาจัดการฆ่า กาลิเลโอ เสร็จนั่นเอง บางสิ่งบางอย่างก็เกิดขึ้น ข้างหลังเขา

เขาคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น

ไมเคิล แองเจิลโล (อีกแย้ว) เขาเห็นและรับรู้เรื่องราวทุกอย่างของ นิวตัน

นิวตัน เองก็เห็นเขาเช่นกัน

นิวตันเมื่อเห็น ไมเคิล  (ในร่างโป๊เรืองเหลืองอ๋อย)

ก็ตกใจและรีบชักดาบเมพ ออกมาฟาดฟันใส่ทันที

ไอแซค นิวตัน: เมิงเป็นใครวะ!!!!!!!

ไมเคิล แองเจิลโล มีสีหน้าไม่พอใจนักกับสิ่งที่เขาเห็น

แต่ตอนนี้เขาต้องหลบหนีไปเสียก่อน

ยังก่อน……..รอก่อน….

ควับบบบ!!!

 

ฟิ้ววววววววววววว!!!

 

ร่างของ ไมเคิล แองเจิลโล หายไป ปล่อยให้ ไอแซค งง กับสิ่งที่เขาเห็น

ย้อนกลับมาที่ กรุงโรม ปี 1502

ลีโอนาโด ยังคงไม่เชื่อในสิ่งที่ ไมเคิล แองเจิลโล ได้บอกเขาไว้ก่อนหน้านี้

ลีโอนาโด: เธอไม่มีทางจะรู้ในสิ่งชั้นรู้แน่นอน!!!

ไมเคิล แองเจิลโล: โอ้ จริงดิท่านอาจารย์ดา วินชี่ งั้นบอกหน่อย
ไมเคิล แองเจิลโล: ท่านเคยได้ยินคำว่า เด จาวู (Deja vu) บ้างมั๊ย

ลีโอนาโด:ไม่เคยเลย

ไมเคิล แองเจิลโล: แหงแซะว่า ท่านต้องไม่เคยได้ยินแน่ๆ

ไมเคิล แองเจิลโล: เพราะท่านไม่พูดฝรั่งเศส
ไมเคิล แองเจิลโล: และ Emile Boirac ก็ยังไม่ทันได้เกิดด้วย

ไมเคิล แองเจิลโล: และถึงเขาจะทะลวงมิติมาเกิดในตอนนี้
ไมเคิล แองเจิลโล: ท่านก็ไม่รู้เรื่องกฎของ กลศาสตร์ควอนตัม (quantum mechanics) อยู่ดี

ลีโอนาโด: เจ้าพูดเรื่องบ้า…..

ก่อน ลีโอนาโด จะพูดอะไรต่อ ไมเคิล ไม่รอช้าใช้พลังจิ้มไปที่กระโหลกอาจารย์เขาทันที

ไมเคิล แองเจิลโล: อะนี่ท่าน  ความพยากรณ์บางส่วนกับความรู้ที่จำเป็นทั้งหมด

เปรี๊ยะๆๆๆๆ!!!

ลีโอนาโด: อ…อะไรกัน???

ลุงลีโอนาโด เริ่มงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในหัวของเขา ขณะนั้นเองเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหลังเขา

ไมเคิล แองเจิลโล: เราถึงไหนกันแล้วเนี่ย อ้อใช่ๆ เดจาวู


Note:
คำว่า เดจาวูนั้น ถูกบันทึกขึ้นมาจาก นักจิตวิทยาชาวฝรั่งเศสชื่อ Emile Boirac  (1851–1917)

ในหนังสือชื่อ L’Avenir des sciences psychiques (แปลว่า อนาคตของวิทยาศาสตร์จิตวิทยา)

จู่ๆ ไมเคิล ในร่าง Forever Man ก็โผล่ออกมา
ไม่ใช่แค่หนึ่ง แต่เป็น สอง เอ่อ สาม เอ่อ สี่ เอ่อ..อ่า……….

 

ไมเคิล แองเจิลโล: เดจาวู ก็คือ ไอ้สิ่งที่พวกท่านเรียกว่า อนาคต นั้นแหล่ะ

 

ไมเคิล แองเจิลโล: นักวิทยาศาสตร์ส่วนมากได้ให้ทฤษฎีกับเจ้าเดจาวูนี้ว่า

 

ไมเคิล แองเจิลโล: เป็นแค่การระลึกความทรงจำ(recall) ที่ผิดปกติ (Anomalie)

ไมเคิล แองเจิลโล: เป็นการระลึกความทรงจำประเภทที่อยู่ก้ำกึ่งระหว่าง

ไมเคิล แองเจิลโล: ความจำระยะสั้น และระยะยาว (short and long term memory) เท่านั้น

 

ไมเคิล แองเจิลโล: ซึ่งทฤษฎีนั้นมัน ไม่ถูกต้อง

 

ไมเคิล แองเจิลโล: เจ้าเดจาวูนี้ เป็นเหมือนคลื่นสะท้อนทางพลังงานควอนตัม

ไมเคิล แองเจิลโล: ที่สะท้อนมาจากจักรวาลคู่ขนานต่างๆ

 

ไมเคิล แองเจิลโล: ช่วงเวลาที่ คุณกำลังจะยืนอยู่ในที่เดียวกับที่ตัวคุณในอีกมิตินึงยืนอยู่

ไมเคิล แองเจิลโล: และได้ทำสิ่งเดียวกับที่คุณจะทำ

 

ไมเคิล แองเจิลโล: รู้มั๊ยว่า เดจาวูนั้น พบได้มากในคนอายุน้อยมากกว่าอายุเยอะนะครับ ซึ่งนั่นก็ สมเหตุสมผลดี

 

ไมเคิล แองเจิลโล: เพราะ ความหลากหลายทางควอนตัมนั้นจะมีมากขึ้นเมื่อเราอายุมากขึ้น

ไมเคิล แองเจิลโล: พูดง่ายๆ คือ มีจุดเปลี่ยนชีวิตที่มีมากขึ้น

ไมเคิล แองเจิลโล: ทำให้เส้นทางคู่ขนานก็มีมากขึ้น

 

ลีโอนาโด: ชั้นไม่เข้าใจ

 

ไมเคิล แองเจิลโล: ท่านต้องเข้าใจอยู่แล้วครับ

 

สรุป

เดจาวู ก็คือ ภาพสะท้อนที่มาจากโลกคู่ขนาน ที่ตัวเราในอีกโลกนึง

ทำเรื่องหรือเจอเรื่องที่เหมือนกับเราในโลกนี้ครับ พอเราอายุมากขึ้นทางเลือกในชีวิตที่เป็นจุดเปลี่ยนก็มีมากขึ้น

ทำให้เรื่องที่ทำเหมือนกันมีน้อยลง จึงไม่ค่อยได้เห็นเดจาวูนั่นเอง

 

ร่างกายของ ไมเคิล แองเจิลโล มีมากขึ้นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จนกระทั่ง…..

ดูเอาเองเหอะ (แตกตัวเร็วกว่า พารามีเซี่ยมซะอีก!!!!)

ไมเคิล แองเจิลโล A: ตอนนี้ข้าอยู่นี่

ไมเคิล แองเจิลโล B: ข้าอยู่ที่นี่มาตั้งนานแล้ว

ไมเคิล แองเจิลโล ตัวจริง: ข้าอยู่ที่นี่มาตั้งนานแล้ว

 

 

ลีโอนาโด: ชั้น..ข้า.. นี่มัน…

ลีโอนาโดอึ้งกิมกี่กับร่างเปลือยเรืองแสงสีทองนับร้อยของ ไมเคิล แองเจิลโล

 

ลีโอนาโด: แล้วไงต่อล่ะ?

 

ไมเคิล แองเจิลโล: ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านต้องถามแบบนั้น

ไมเคิล แองเจิลโล: บัดนี้ ท่าน ต้องทำการปกป้อง โลก

 

 

ไมเคิล แองเจิลโล A: ท่านต้องออกแบบ เมืองใหญ่เมืองนึง

ไมเคิล แองเจิลโล A: และต้องสร้างให้เสร็จ

 

ไมเคิล แองเจิลโล B: ในเมืองนี้ จะต้องมีประตูที่พาไป Seeing place  (แปลก็คงเป็น ที่ชมวิว ทั้ง หุๆๆ)

 

ไมเคิล แองเจิลโล C: กุญแจที่จะเปิดเข้าประตูนั้นได้ มีรูปร่างแบบนี้

ไมเคิล แองเจิลโล C: ทำออกมาแค่ดอกเดียวพอ

 

ไมเคิล แองเจิลโล D: ท่านต้องปกป้อง ไดนาโม (Dynamo)

ไมเคิล แองเจิลโล D: เขาจะรอท่านอยู่ที่ Seeing place

 

ไมเคิล แองเจิลโล E: และจะมี พระผู้เป็นเจ้า กำลังกำเนิดอยู่ในดวงอาทิตย์

 

ไมเคิล แองเจิลโล: และสุดท้าย นี่คือ จักกลมนุษย์ (Human Machine)

สรุปคือ เหตุการณ์ต่างๆ ตั้งแต่ การสร้างเมือง Immortal City

การที่ Leonid ไปพบกับ ดา วินชี่ ในเล่มแรก จนเกิดเกิดเหตุการณ์ต่างๆ

ทั้งหมดล้วนแต่มาจาก ไมเคิล แองเจิลโล ทั้งสิ้น

ในเวลาต่อมาที่ ประเทศ ฝรั่งเศส ปี 1645

นอสตราดามุส (Nostradamus) นักพยากรณ์ผู้ยิ่งใหญ่ ในเวอร์ชั่นหนุ่มล่ำกล้ามบึก

 กำลังละเลงสีบางอย่างลงบนแขนตนเอง

นอสตราดามุส: ข้าตัดสินใจที่จะยอม โดนจับตัว เพื่อสิ่งที่มันดีกว่า ตามที่ท่านขอไปแล้ว

นอสตราดามุส: ท่านยังจะมายืนอ้อยอิ่งอยู่ตรงหน้าข้าทำไม

 

ไมเคิล แองเจิลโล: เพราะว่ามีอยู่สิ่งนึงที่ข้าจะต้องบอกกับตัวท่าน

ไมเคิล แองเจิลโล: เกี่ยวกับความจริงแท้ๆ ของสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นจริงๆ

ไมเคิล แองเจิลโล: นั่นก็คือ ส่วนหนึ่งของชีวิตท่านจะถูกคุมขังไปตลอดกาล และท่านจะไม่มีทางหนีไปได้ด้วย

 

นอสตราดามุส: แล้ว ท่าน(มรึง) จะมาบอกข้า (ตรู) ทำ (ซากอ้อย) อะไร (ฟระ) เนี่ย

 

ไมเคิล แองเจิลโล: นั่นก็เพราะในวิถีทางเดียวกันนี้ ตัวท่านจะเป็น อิสระ ได้เช่นกัน

 

ตัดกลับมายังปัจจุบัน ณ เมือง The Immortal ปี 1960

ไมเคิล แองเจิลโล พูดกับ Leonid ต่อ

 

ไมเคิล แองเจิลโล: เจ้าจะไปรู้อะไรเกี่ยวกับ เวลา เล่า

 

ไมเคิล แองเจิลโล: การต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้เกิดจาก คนสองกลุ่มที่มีความเชื่อต่างกัน

ไมเคิล แองเจิลโล: กลุ่มหนึ่งเชื่อว่า เขาสามารถ เลือกสรรค์ อนาคตของตนเองได้

ไมเคิล แองเจิลโล: กับอีกกลุ่มที่เชื่อว่า เขาไม่อาจ เลือกไม่ได้

 

Leonid: เจตจำนงอิสระ (Free will) ขัดแย้งกับ โชคชะตา (Fate) สินะครับ

 

ไมเคิล แองเจิลโล:  ถูกต้องแล้ว

ไมเคิล แองเจิลโล:  และบัดนี้มันถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะได้รู้ว่าทั้ง ดา วินชี่ และนิวตัน ต่างก็ ผิด ทั้งคู่

ไมเคิล แองเจิลโล:  มันถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะได้รู้ว่าทั้ง ดา วินชี่ และนิวตัน ต่างก็ ถูก ทั้งคู่!!

 

นิวตันเริ่มสั่งคนให้รุกคืบเข้าไปข้างหน้าเรื่อยๆ

 

ไมเคิล แองเจิลโล:  เจ้ากำลังมองหาทางเลือกที่สาม อยู่ใช่มั๊ย Leonid

ไมเคิล แองเจิลโล:  ก็นี่ไงล่ะ

 

Leonid ยังฟังอย่างตั้งใจ (แต่คนแปลกับคนอ่าน ฟังอย่าง งงๆ เอิ๊กกกกกกก)

ไมเคิล แองเจิลโล:  เวลาไม่ได้เดินเป็น เส้นตรง

 

ไมเคิล แองเจิลโล:  มันไม่มีเหตุและมีผล (Cause and effect) ที่ใหญ่โตอะไรเลย

ไมเคิล แองเจิลโล:  มันไม่มีชะตากรรมสุดท้าย (Final destiny)

 

สถานการณ์ดูย่ำแย่อย่างหนักสำหรับ ลีโอนาโด พลทหารของนิวตัน เริ่มรุกคืบเข้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ไมเคิล แองเจิลโล:  เราต้องมีชีวิตอยู่ อยู่ตรงกึ่งกลาง


ขณะที่ ไมเคิล กำลังพูดอยู่ ทหารของ ดา วินชี่ กำลังเหลือเพียงหยิบมือเดียว

แล้ว ไมเคิล แองเจิลโล ก็ชี้ให้ Leonid ดูบางอย่าง
ไมเคิล แองเจิลโล: บัดนี้ ลองดูนั่นสิ Leonid

ขณะที่สงครามยังดำเนินจนได้ที่ บางสิ่งบางอย่างก็เกิดขึ้น

 

ดูนั่น

 

พลังงานบางอย่าง ก่อตัวขึ้นกลาง ดงสงคราม

  

นั่นคือสิ่งที่เธอ เผ้ารอมาตลอดไงล่ะ

นั่นคือสิ่งที่มักจะมีเสมอมา

 

วืดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

ตูมมมมมมมมมมมมมม!!!!!

คุณพ่อ!!

 

 

นั่นคือ ความหวัง

 

Night machine หรือ นิโคลา เทสลา (Nikola Tesla) กับ นกพิราบ ภรรยาของเขา

พร้อมกับ Nathaniel Richard และ Howard Anthony Walter Stark

กลับมาจากอนาคต พร้อมโผล่มากลาง ดงสงคราม!!!

 

เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป โปรดติดตามเล่มหน้าครับ

S.H.I.E.L.D ตอนต่อไป

เมื่อลูกสองพ่อปะทะพ่อทั้งสองของลูก!!!
เรื่องราวจะเป็นเช่นไรต่อไป

เมื่อลูกสองพ่อปะทะพ่อทั้งสองของลูก!!!
เรื่องราวจะเป็นเช่นไ

แต่ช้าแต่!!! เรามีของแถมท้ายเล่มด้วยครับ พลิกไปอ่านหน้า 2 กันได้เลยยยยยยยย

12 thoughts on “S.H.I.E.L.D Vol.2 #1

  1. RedRaven

    อ่านใน พันทิบมาก่อนละ

    สรุป ว่า Tesla เป็นลูก นิวตันแล้ว ก็ leonid เป็น หลานใช่ไหมนี่

    แล้วก็จะมี ไอนสไตน์ ไหมหว่า

  2. DOL

    Tesla เป็นพ่อเลี้ยงของ Leonid ครับ พ่อทางสายเลือดของ Leonid คือ Newton ครับ แฮะๆๆ
    ส่วนแม่แท้ๆก็ Morda ส่วนแม่เลี้ยงก็เจ๊นกน้อยแต่พอตัวครับ ^^

  3. comic

    อ่านถึง Star child กำลังจะอาระวาดเเละ(ยังไงต่ออ่า)
    ไอสไตร์มาตอนท้ายชัวๆๆต้องมาอย่างเทพเเหง่ๆ

  4. hometown03

    สรุป leonidเป้นลูกของ Newton กับกบเดินสองขาพูดได้ที่ถูกช่วยโดยผู้มีความเทพทางควอนตัม ไมเคิล แองเจิลโล แล้วโดนเลี้ยงโดย นิโคลา เทสลา กับนกพิราบกึ่งมนุษย์แล้วต่อมามีพลังงานคอสมิคในตัว ใช่ไหมเนนี่ย อะไรจะเทพขนาดนั้น

  5. BaaMzS

    Leonid คงจะดีใจ “แม่แท้ๆตูนี่สวยบาดใจจริง!!!”

  6. bank

    ทำไมผมดูไม่ได้อ่ะครับ ภาพมันไม่ขึ้นอ่ะครับ มันขึนว่า look who’s popular! แบบเนี่ยครับ

  7. doc holliday

    แบนด์วิดรูปเต็มแล้ว T_T (เร็วจัง รูปมันใหญ่ไปรึเปล่าครับ)

  8. DOL

    อุ๊บ!! แก้ให้แล้วนะครับ ได้ไม่ได้ยังไงบอกกันได้เด้อ

  9. NetNN

    Deviant นี่คือเผ่าพันธ์ที่พวกยักษ์ Celestial สร้างขึ้นพร้อมๆกับพวก Eternal ใช่ไหมครับนี่

  10. seventoon

    ตามอ่านในพันทิปประจำครับ

    รอตอนต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *