DC Universe Rebirth : Supersons 05

DC Comic : DC Universe Rebirth : Supersons 05 : Battle In Batcave!

เรื่อง : Peter J Tomasi
ภาพ : Alisson Borges
วางจำหน่าย : 21 มิย. 2017
สำนักพิมพ์ : DC Comics

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ Superboy และ Robin ทะเลาะกันโดยมี Batcave เป็นสังเวียน?!

 
เปิดเรื่องมาที่ Batcave
Damian กำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของเขา…”ความเบื่อหน่าย”

เวลาผ่านไปเกือบสัปดาห์หนึ่งแล้วหลังจากที่เขาและ Jon ไปสืบคดีของ Kid Amazo โดยไม่ได้รับอนุญาติ และตอนนี้เขาก็โดนลงโทษกักบริเวณ

ย้อนไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อน

Jon ก็โดนทำโทษในแบบของเขาเช่นกัน โดยเขาถูกสั่งห้ามใช้พลังเหนือมนุษย์ใดๆในการทำงานในฟาร์มทั้งสิ้น

แต่ตอนนี้ชีวิตของ Jon กำลังจะพบกับการเปลี่ยนแปลง ครอบครัว Kent กำลังจะย้ายบ้านไปอยู่ใน Metropolis ซึ่ง Jon ไม่ต้องการที่จะจากชีวิตในชนบทที่เขาอยู่มาทั้งชีวิตนี้เลยแม้แต่น้อย…

Jon รู้สึกกดดันจนระเบิดอารมณ์ออกมาและโดดลอยตัวหนีไป

ซึ่ง Clark ก็คิดว่าควรให้ Jon ได้ระบายอารมณ์ออกมาเสียบ้างเพื่อให้เขาใจเย็นลงกว่านี้ โดยในระหว่างนั้น Clark ก็จะเฝ้าดูอยู่ห่างๆไปด้วย

Jon เตลิดมาจนถึง Gotham และในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วเขาก็จะไปโวยใส่ Damien ที่เป็นต้นเหตุให้เขาต้องโดนทำโทษซะบ้าง

ตัดมาที่ปัจจุบัน
กลายเป็นว่าเจอกันโดยไม่ได้ตั้งตัว ตกใจทั้งคู่ซะงั้น

คุยกันไปคุยกันมาต่างฝ่ายต่างเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว

เริ่มจากการผลักอกกันไปมา
(Jon ผลักที Damien ปลิวไปเลย)

แบบนี้มันก็ต้องลุยกันหน่อย!

พลังปะทะเทคนิค!
ความสามารถเหนือมนุษย์ปะทะอุปกรณ์พิเศษ!

โดยรวมแล้วถือได้ว่าพอสูสี
ซึ่งก็แน่นอนว่าต่างฝ่ายไม่กะจะเอากันถึงเจ็บหนักกันจริงๆ

ตอนนั้นเอง

Alfred : คุณหนูเดเมี่ยน! เกิดอะไรขึ้นข้างล่างนั่นครับ?
Jon&Damian : อุ๊ยโย๋!

ทั้งสองคนจึงไปหลบอยู่ใต้หุ่นยนต์ไดโนเสาร์ยักษ์

Jon : ฉันไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ เราจะทำยังไงกันดี?
Damian : ซ่อนสิเจ้าทึ่ม
Damian : ตรงนั้นมีทางเข้าอยู่ ฉันเข้าไปค้นคว้าในนั้นเป็นบางครั้งน่ะ

เมื่อ Jon เห็นว่าทางเข้าที่ว่ามันอยู่ตรงก้นของหุ่นไดโนเสาร์ เขาก็มอง Damian ด้วยสายตาแปลกๆ

Alfred : เฮ่อ ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าชีวิตผมมันมาถึงจุดที่ผมต้องพูดแบบนี้ออกมา…

Alfred : กรุณาออกจาก…รูก้นของไดโนเสาร์ด้วยครับ

หลังจากนั้น Alfred ก็เตรียมอาหารให้ Jon ด้วยอีกคน

Alfred : พอจะช่วยบอกได้ไหมครับว่าคุณมาเยี่ยมเยียนฐานของเราทำไมกัน?
Damian : เขามาบ่นว่าชีวิตมันโหดร้ายไงล่ะ
Jon : หุบปากไปเลย!
Damian : นายสิหุบปาก!
Alfred : ผมเฝ้าดูพ่อของพวกคุณมาตั้งแต่ตอนที่พวกเขาสงสัยกันและกันจนถึงตอนที่พวกเขาเชื่อใจกันเต็มที่ แต่มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ มันต้องใช้เวลา…และความอดทน…

Alfred : …และความขัดแย้งนับครั้งไม่ถ้วน
Alfred : เมื่อคนเราอายุมากขึ้น มันก็ทำให้เชื่อมั่นในวิถีทางของตัวเองมากเกินไป ไม่ยอมที่จะมองโลกในมุมมองอื่น
Alfred : ไม่ยอมรับว่าวิธีการของตนไม่ใช่วิธีการเดียวที่มีอยู่ ปิดตัวเองจากการพบเพื่อนเก่าและสร้างเพื่อนใหม่มันไม่ใช่วิธีที่ดีนัก
Alfred : โดยเฉพาะในสายงานของพ่อของพวกคุณ
Alfred : ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดการมีเพื่อนที่ผ่านประสบการณ์แบบเดียวกับคุณ
Alfred : พวกเขาสามารถช่วยคุณค้นหาหนทางที่คุณคิดว่าไม่มีอยู่จนพบได้

Jon : ฉันไม่อยากจะย้ายออกจากแฮมิลตั้นเลย เมืองใหญ่มัน…เอ่อ ห่วย
Damian : นายจะมัวแต่กลัวการเปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอกนะเคนท์ ยังไงมันก็จะต้องเกิดขึ้นจนได้นั่นแหละ

ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งพูดขึ้น

Superman : นั่นคือสิ่งที่เราทุกคนต่างก็ต้องเผชิญกันทั้งนั้นแหละเด็กๆ
Batman กับ Superman มาถึงแล้ว
Jon : พ่อมาได้ยังไงกันครับ?
Damian : รับไม่ได้! เป็นคุณจะรู้สึกยังไงถ้าผมตามคุณไปทุกที่และดักฟังคำพูดของคุณบ้างน่ะ?
Batman : ลูกก็ทำประจำอยู่แล้วนี่
Superman : ลูกเป็นลูกของพ่อนะจอน พ่อต้องเป็นห่วงลูกอยู่แล้ว หลังจากที่เราเถียงกันแล้วพ่อก็เห็นว่าลูกมุ่งหน้าไปทางไหน…
Batman : โชคดีที่เรามาถึงที่นี่ก่อนที่พวกเธอจะพังถ้ำของฉัน

Jon : มันจริงอย่างที่คุณเพนนีเวิร์ธบอกหรือเปล่าครับ? ที่ว่าพ่อกับแบทแมนเถียงกันตลอดน่ะ?
Superman : นั่นคือก่อนที่พ่อของเดเมี่ยนกับพ่อจะรู้ว่าเรามีความเหมือนกันขนาดไหนน่ะนะ
Batman : อย่างการที่ต้องดูแลเด็กที่เพิ่งจะพยายามเล่นงานอีกฝ่ายนี่ไง
Damian : และผมก็มั่นใจว่าคุณไม่สงสัยเลยสักนิดว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ…
Batman : ฮึ
Superman : นายคิดว่าถ้าเราสองคนสู้กันใครจะชนะ?
Batman : ฉันไง
Superman : ฉันแข็งแรงกว่าและฉันบินได้นา
Batman : อืม ก็ยังฉันอยู่ดี
Superman : ฉันว่าหน้ากากของนายท่าจะรัดแน่นไปแล้วล่ะ

แล้ว Superman ก็หันไปหา Jon

Superman : พ่อเสียใจด้วยนะลูก แต่ยังไงเสียเราก็จะต้องย้ายไปเมโทรโปลิสอยู่ดี มันจะไม่ใช่เรื่องง่ายแต่นั่นคือสถานที่ซึ่งชีวิตของพวกเรา…อนาคตของพวกเรา และพ่อก็อยากให้ลูกยอมรับมันได้
Jon : ไม่ได้หมายความว่าผมต้องชอบมันนะครับ
Superman : ลูกพูดถูกแล้วล่ะ ลูกไม่จำเป็นต้องชอบมัน
Superman : แต่แม่กับพ่อจะยอมรับว่าเราไม่สามารถซ่อนพลังที่ลูกมีได้อีกต่อไป ลูกจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้ ไม่ใช่ถูกปกป้องจากมัน

Superman : บางทีมันอาจจะถึงเวลาที่ลูกจะเริ่มการผจญภัยของตัวเองร่วมกับคนที่อายุใกล้เคียงกันที่รู้ว่าลูกต้องผ่านอะไรมาบ้าง
Jon : จริงหรือครับ? นั่นมันเจ๋งไปเลย…ขอบคุณที่เชื่อใจผมครับ
Superman : แต่ห้ามไปตามลำพัง พวกเธอต้องไปด้วยกันเสมอนะ

ว่าแล้วหนุ่มน้อยทั้งสองก็เดินไปที่ทางออกจาก Batcave

Superman : ทีนี้ฉันก็ต้องไปบอกให้โลอิสเข้าใจบ้างล่ะนะ
Batman : ขอให้โชคดีแล้วกันนะเคนท์

Jon : นายอยากจะทำอะไรล่ะ?
Damian : จำที่ฉันบอกนายก่อนที่เราจะจัดการคิดอามาโซ่ได้ไหมล่ะ?

Damian : ให้ร้องขอการให้อภัย ไม่ใช่คำอนุญาติ
Jon : ตราบเท่าที่ฉันกลับถึงบ้านทันเวลาล่ะนะ

เกร็ดน่ารู้
เนื่องจากเหตุการณ์ในช่วง Superman Reborn ที่ทำให้ตัวตนของ Superman กับ Lois Lane จากจักรวาล DC ดั้งเดิมและของ New52 ผสานเข้าด้วยกัน ทำให้ประวัติศาสตร์ใหม่ที่หลอมรวมทั้งสอง Timeline เข้าด้วยกันจึงเกิดขึ้น

เริ่มจากเมื่อราวสิบปีก่อน Superman รับรู้ด้วยความยินดีว่า Lois กำลังตั้งท้องลูกของเขา แต่เนื่องจาก Lois ถูกหมายชีวิตจากพวกกลุ่มนักค้าอาวุธที่ถูกเธอเปิดโปง ทำให้ Metropolis ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

พวกเขาตัดสินใจทำคลอดลูกของพวกเขาในสถานที่ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าปลอดภัยที่สุดจากศัตรูของพวกเขาทั้งคู่…ที่ Fortress of Solitude โดยมี Batman และ Wonderwoman ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้

จากนั้น Superman และ Lois ก็หลบลี้จากสาธารณชน เพื่อทำการดูแลลูกชายที่เพิ่งเกิดของพวกเขา และย้ายมายัง Hamilton พร้อมทั้งสร้างฐานลับแห่งที่สองที่เทือกเขาหิมาลัย

ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาก็ยังคงปกป้องดูแลโลกอยู่ เพียงแต่ไม่โจ่งแจ้งอย่างที่ผ่านมา เพื่อให้ Jon ลูกของเขาได้มีชีวิตที่ปกติธรรมดาอย่างเต็มที่อย่างที่เด็กทั่วไปควรจะมี จนกระทั่ง Jon เติบโตและพลังของเขาเริ่มแสดงออกมา พวกเขาจึงเริ่มกลับมาเปิดเผยตัวเองสู่สาธารณะชนอีกครั้ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *